ความบังเอิญ อคติ และปัจจัยกวน: เหตุใดความสัมพันธ์ที่พบจึงยังไม่ใช่ผลของการรักษา

Health EconomicsClinical Epidemiology ResearchMethodology and Research Design TH
ความบังเอิญ อคติ และปัจจัยกวน: เหตุใดความสัมพันธ์ที่พบจึงยังไม่ใช่ผลของการรักษา
On this page

Read the English version

บทคัดย่อ

ความบังเอิญ (chance) อคติ (bias) และปัจจัยกวน (confounding) ทำให้ความสัมพันธ์ที่พบต่างจากผลการรักษาที่ต้องใช้ตัดสินใจทางเศรษฐศาสตร์ เริ่มจากกำหนดประชากร แนวทางรักษา ผลลัพธ์ และระยะติดตาม แล้วใช้กราฟเชิงสาเหตุแสดงลักษณะผู้ป่วยที่อาจมีผลต่อทั้งการรักษาและผลลัพธ์ ตัวอย่างสมมติของเราเปรียบเทียบการเสียชีวิตในผู้ป่วยรุนแรงมากและน้อยภายใต้แต่ละแนวทาง การรักษาดูมีประโยชน์ภายในแต่ละกลุ่ม แต่การรวมทุกคนกลับชี้โทษเพราะกลุ่มรักษามีผู้ป่วยหนักมากกว่า การปรับมาตรฐาน (standardization) ใช้ส่วนผสมความรุนแรงเดียวกันทั้งสองแนวทาง จึงกลับมาตอบการเปรียบเทียบที่ต้องการ ความเสี่ยงสัมบูรณ์ที่ได้เป็นจุดเริ่มคำนวณการเสียชีวิตที่หลีกเลี่ยงได้ก่อนใส่ต้นทุน การปรับยังต้องอาศัยสาเหตุที่วัดได้ ระยะติดตามที่เทียบกันได้ และการทับซ้อนของกลุ่มที่เพียงพอ ช่วงความเชื่อมั่นบอกความไม่แน่นอนจากการสุ่มภายใต้ข้อสมมติ แต่ยืนยันความถูกต้องเชิงสาเหตุไม่ได้ การวิเคราะห์ความไวแบบอาศัยความน่าจะเป็น (probabilistic sensitivity analysis, PSA) ส่งต่อความไม่แน่นอนที่ใส่ให้ และแก้ผลการรักษาที่มีอคติไม่ได้หากไม่มีแบบจำลองอคตินั้นโดยตรง


Visual summary · ภาพสรุป

เริ่มจากคำถามเชิงสาเหตุ

ถามว่าประชากรที่เข้าเกณฑ์กลุ่มเดียวกันจะเกิดอะไรขึ้นหากใช้แต่ละแนวทางรักษาและติดตามนานเท่ากัน ปริมาณเป้าหมายนี้คือ estimand กำหนดกลุ่มเปรียบเทียบ ผลลัพธ์ และระยะเวลาก่อนเลือกค่าประมาณ อ่านเพิ่มเติมใน [[study-design-estimand-and-effect-measures-th]]

ความบังเอิญคือความแปรผันจากการสุ่มตัวอย่าง ตัวอย่างใหม่จึงให้ค่าประมาณใหม่ ช่วงความเชื่อมั่น (confidence interval) บอกความแม่นยำภายใต้ข้อสมมติ ข้อมูลเพิ่มอาจทำให้แม่นยำขึ้นทั้งที่อคติยังอยู่ ค่า p (p-value) วัดความไม่สอดคล้องกับแบบจำลองสมมติฐานว่าง ไม่ใช่โอกาสที่การรักษาได้ผล

อคติคือความคลาดเคลื่อนเป็นระบบจากการคัดเลือก การวัด หรือการวิเคราะห์ ปัจจัยกวนเป็นแหล่งหนึ่ง โดยสาเหตุร่วมของการรักษาและผลลัพธ์ทำให้การเปรียบเทียบบิดเบือน การวัดที่ดีขึ้นจัดการอคติสารสนเทศ (information bias) ส่วนประชากรที่เทียบกันได้ช่วยจัดการอคติการคัดเลือก (selection bias) การปรับตัวแปรจัดการปัจจัยกวนได้ภายใต้ข้อสมมติที่มีเหตุผลรองรับเท่านั้น

วาดสาเหตุก่อนเลือกตัวแปรปรับ

กราฟเชิงเหตุแบบมีทิศทางและไม่มีวงวน (directed acyclic graph, DAG) แสดงทิศทางสาเหตุที่สมมติโดยไม่มีวงย้อนกลับ ความรุนแรงก่อนรักษามีผลต่อทั้งการสั่งยาและการเสียชีวิต ปัจจัยกวนจากข้อบ่งชี้ (confounding by indication) เกิดเมื่อผู้ป่วยหนักมีโอกาสได้รับการรักษามากกว่า เลือกสาเหตุร่วมจากความรู้ทางคลินิก ไม่ใช่จากค่า p ต่ำ

ตัวแปรส่งผ่าน (mediator) ถ่ายทอดผลการรักษาบางส่วน การปรับอาจตัดผลรวมที่ต้องการออก ตัวแปรชนกัน (collider) เป็นผลร่วมของตัวแปรอื่น การกำหนดเงื่อนไขบนตัวแปรนี้อาจสร้างความสัมพันธ์ขึ้น เลือกตัวแปรปรับตามคำถามเชิงสาเหตุ ไม่ใช่ใส่ทุกค่าที่วัดได้

ลูกศรเป็นข้อสมมติเชิงสาเหตุ กราฟอย่างง่ายนี้สมมติว่าความรุนแรงเป็นสาเหตุร่วมเพียงตัวเดียว

ดูความสัมพันธ์กลับทิศ

ค่าตั้งต้นสมมติ (illustrative) นี้เป็นจำนวนเสียชีวิตเมื่อสิ้นสุดระยะติดตามเดียวกัน โดยทราบผลลัพธ์ครบถ้วน ผู้ป่วยรุนแรงมากได้รับการรักษามากกว่า การรวมทุกคนจึงเปรียบเทียบส่วนผสมความรุนแรงที่ต่างกัน การปรับมาตรฐาน (standardization) เฉลี่ยแต่ละแนวทางด้วยส่วนผสมเป้าหมายเดียวกัน ซึ่งที่นี่มีผู้ป่วยรุนแรงมากและน้อยอย่างละครึ่ง

เลขคำนวณนี้แยกให้เห็นผลของส่วนผสมดังกล่าว แต่ไม่ได้ยืนยันประสิทธิผลในผู้ป่วยจริง การอ่านเป็นผลเชิงสาเหตุยังต้องไม่มีปัจจัยกวนคงเหลือ ใช้นิยามการรักษาที่สอดคล้อง และมีการติดตามที่เปรียบเทียบกันได้

จากจำนวนเสียชีวิตสู่ความเสี่ยงที่เทียบกันได้

  1. เปรียบเทียบผู้ป่วยรุนแรงมาก

    จำนวนเสียชีวิต / ผู้ป่วยสมมติ: รักษา 120/400; ไม่รักษา 40/100 ความเสี่ยงคือ 30.00% และ 40.00%; อัตราส่วนความเสี่ยง (risk ratio, RR) 0.750

  2. เปรียบเทียบผู้ป่วยรุนแรงน้อย

    จำนวนเสียชีวิต / ผู้ป่วยสมมติ: รักษา 3/100; ไม่รักษา 16/400 ความเสี่ยงคือ 3.00% และ 4.00%; RR 0.750

  3. รวมส่วนผสมที่ต่างกัน

    รวมจำนวนเสียชีวิตและผู้ป่วยภายในแต่ละแนวทาง ได้ความเสี่ยงรวม 24.60% และ 11.20% อัตราส่วนคือ 2.196 ซึ่งชี้ไปทางโทษ

  4. ใช้ส่วนผสมเดียวกัน

    เฉลี่ยความเสี่ยงชั้นรุนแรงมากและน้อยอย่างละครึ่งในแต่ละแนวทาง: รักษา 16.50% ไม่รักษา 22.00% RR หลังปรับมาตรฐานคือ 0.750

ผลลัพธ์: การลดความเสี่ยงสัมบูรณ์หลังปรับมาตรฐานคือ 5.50 จุดร้อยละ: ความเสี่ยงไม่รักษาลบความเสี่ยงรักษา

นี่เป็นการคำนวณค่าจุดจากตัวอย่างสมมติ โดยไม่ได้แสดงช่วงความไม่แน่นอนจากการสุ่ม ค่าประมาณจากข้อมูลจริงต้องมีช่วงความเชื่อมั่นควบคู่กับการประเมินอคติ

คำนวณความเสี่ยงที่สังเกตได้

โค้ด R risks.R
# Writes: stdout only; illustrative deaths at a shared follow-up endpoint.
deaths_t <- c(120, 3)
patients_t <- c(400, 100)
deaths_c <- c(40, 16)
patients_c <- c(100, 400)
risk_t <- c(deaths_t / patients_t, sum(deaths_t) / sum(patients_t))
risk_c <- c(deaths_c / patients_c, sum(deaths_c) / sum(patients_c))
group <- c("Severe", "Mild", "Crude")
for (i in 1:3) cat(group[i], "treated risk:", formatC(100*risk_t[i], 2, format="f"), "%\n")
for (i in 1:3) cat(group[i], "untreated risk:", formatC(100*risk_c[i], 2, format="f"), "%\n")
for (i in 1:3) cat(group[i], "risk ratio:", formatC(risk_t[i]/risk_c[i], 3, format="f"), "\n")
ผลลัพธ์จากการรัน risks.log
Severe treated risk: 30.00 %
Mild treated risk: 3.00 %
Crude treated risk: 24.60 %
Severe untreated risk: 40.00 %
Mild untreated risk: 4.00 %
Crude untreated risk: 11.20 %
Severe risk ratio: 0.750
Mild risk ratio: 0.750
Crude risk ratio: 2.196
จำนวนสมมติชุดเดียวกันให้ทั้งการเปรียบเทียบรายชั้นและแบบรวม

เปรียบเทียบส่วนผสมความรุนแรงเดียวกัน

โค้ด R decision.R
# Writes: stdout only; illustrative target with equal severe and mild shares.
treated_risks <- c(120/400, 3/100)
untreated_risks <- c(40/100, 16/400)
target_t <- mean(treated_risks)
target_c <- mean(untreated_risks)
reduction <- target_c - target_t
cat("Standardized treated risk:", formatC(100*target_t, 2, format="f"), "%\n")
cat("Standardized untreated risk:", formatC(100*target_c, 2, format="f"), "%\n")
cat("Standardized risk ratio:", formatC(target_t/target_c, 3, format="f"), "\n")
cat("Absolute reduction:", formatC(100*reduction, 2, format="f"), "percentage points\n")
ผลลัพธ์จากการรัน decision.log
Standardized treated risk: 16.50 %
Standardized untreated risk: 22.00 %
Standardized risk ratio: 0.750
Absolute reduction: 5.50 percentage points
สัดส่วนเป้าหมายที่เท่ากันทำให้ mean() เป็นขั้นปรับมาตรฐาน แต่ละสคริปต์ทำงานแยกกันได้
จุดเป็นค่าประมาณจากตัวอย่างสมมติ ลูกศรแสดงการเปลี่ยนหลังปรับมาตรฐาน ไม่ใช่ช่วงความไม่แน่นอน ค่าตัวเลขแสดงในตัวอย่างคำนวณด้วย

เลือกวิธีปรับให้ตรงประชากรที่ต้องการ

การจำกัดกลุ่ม (restriction) ทำให้ประชากรที่เข้าเกณฑ์แคบลง ส่วนการแบ่งชั้น (stratification) เปรียบเทียบภายในกลุ่มตัวแปรที่วัดได้ การถดถอย (regression) ทำนายความเสี่ยงให้การปรับมาตรฐานนำไปเฉลี่ยในประชากรที่เลือก แต่ละวิธีขึ้นกับสาเหตุที่วัดได้และข้อสมมติแบบจำลองที่เหมาะสม

คะแนนความโน้มเอียง (propensity score) คือความน่าจะเป็นที่จะได้รับการรักษาเมื่อกำหนดลักษณะก่อนรักษาที่วัดได้ การถ่วงน้ำหนักด้วยส่วนกลับความน่าจะเป็นของการรักษา (inverse probability of treatment weighting, IPTW) ใช้ค่านี้ปรับสมดุลลักษณะดังกล่าว การจับคู่ (matching) เลือกผู้ป่วยที่เทียบกันได้ และอาจมุ่งประชากรต่างกัน เลือกวิธีตาม estimand และการทับซ้อนของข้อมูล ไม่ใช่จัดอันดับวิธีแบบตายตัว

การทับซ้อน (overlap) หมายถึงผู้ป่วยที่มีลักษณะคล้ายกันมีโอกาสได้รับทั้งสองแนวทาง น้ำหนักสูงผิดปกติบ่งว่าข้อมูลรองรับการเปรียบเทียบน้อย ตรวจความแตกต่างค่าเฉลี่ยมาตรฐาน (standardized mean difference) ซึ่งเทียบช่องว่างตัวแปรกับการกระจาย แทนค่า p ของการทดสอบสมดุล อ่านวิธีตรวจใน [[propensity-weighting-balance-check-and-model-revision-th]]

สิ่งที่การปรับตัวแปรแก้ให้ไม่ได้

  • ใช้การรักษาในอนาคตกำหนดกลุ่มตั้งต้น

    ผู้ป่วยต้องรอดชีวิตจนได้รับการรักษา จึงเกิดช่วงเวลาที่ต้องรอด (immortal time) และประโยชน์ลวง

    วิธีแก้: จัดเวลาเข้าเกณฑ์ การกำหนดแนวทางรักษา และเริ่มติดตามให้ตรงกัน

  • การวัดต่างกันตามการรักษา

    การจำแนกผิดแบบแตกต่าง (differential misclassification) หมายถึงความผิดพลาดขึ้นกับการรักษาหรือผลลัพธ์ ทิศทางอคติจึงไม่แน่นอน

    วิธีแก้: ใช้การตรวจผลลัพธ์แบบเดียวกันโดยปกปิดกลุ่ม หรือใช้ข้อมูลตรวจสอบเพื่อประเมินความผิดพลาด

  • สรุปว่าความผิดพลาดเท่ากันไม่มีผล

    การจำแนกผิดแบบไม่แตกต่าง (nondifferential misclassification) หมายถึงความผิดพลาดไม่เปลี่ยนตามตัวแปรที่เปรียบเทียบ แต่ไม่ได้ทำให้ผลเข้าใกล้ศูนย์เสมอ

    วิธีแก้: ระบุแบบจำลองการวัดก่อนคาดทิศทางอคติ

  • รายงานเฉพาะการวิเคราะห์ที่ให้ผลดี

    การทดสอบหลายผลลัพธ์และค้นหากลุ่มย่อยเพิ่มโอกาสผลบวกลวง กำลังการทดสอบ (power) ต่ำหมายถึงโอกาสตรวจพบผลตามขนาดที่กำหนดต่ำ จึงอาจแยกผลที่สำคัญไม่ได้

    วิธีแก้: กำหนดการเปรียบเทียบหลักล่วงหน้า แล้วรายงานค่าประมาณตามแผนทั้งหมดพร้อมช่วงความเชื่อมั่น

จำลองการทดลองก่อนวิเคราะห์เวชระเบียน

การจำลองการทดลองเป้าหมาย (target-trial emulation) กำหนดการทดลองที่ข้อมูลสังเกตควรเลียนแบบ จัดเวลาเข้าเกณฑ์ จัดกลุ่มรักษา และเริ่มติดตามให้ตรงกันที่จุดเริ่มต้นเวลา (time zero) มิฉะนั้นการรอดชีวิตก่อนเริ่มรักษาอาจถูกนับเป็นประโยชน์ของการรักษา

เมื่อแนวทางอนุญาตให้เริ่มรักษาช้า วิธี clone-censor-weight อาจช่วยสร้างการเปรียบเทียบนี้ วิธีนี้สร้างสำเนาประวัติในแนวทางที่สอดคล้อง ยุติติดตามเมื่อการดูแลเบี่ยงจากแนวทาง แล้วถ่วงน้ำหนักชดเชยการยุติติดตาม ยังต้องวัดตัวทำนายและมีข้อสมมติที่ถูกต้อง อ่านการออกแบบนี้ใน [[target-trial-emulation-observational-research]]

นำความเสี่ยงสัมบูรณ์เข้าสู่แบบจำลองเศรษฐศาสตร์

การลดความเสี่ยงหลังปรับมาตรฐาน 5.50 จุดร้อยละเป็นข้อมูลประโยชน์ด้านการตายในประชากรสมมตินี้ คูณการลดความเสี่ยงสัมบูรณ์ด้วยจำนวนประชากรที่รักษาเพื่อประมาณการเสียชีวิตที่หลีกเลี่ยงได้ในระยะเดียวกัน แล้วจึงใส่ต้นทุนและผลด้านการรอดชีวิต การคำนวณปีสุขภาวะ (quality-adjusted life-year) ต้องใช้ระยะเวลารอดชีวิตและค่าของสถานะสุขภาพเพิ่มเติม

การใช้ความสัมพันธ์รวมจะกลับทิศข้อมูลประโยชน์ด้านการตาย แต่ยังระบุผลความคุ้มค่าเต็มรูปแบบไม่ได้หากไม่มีข้อสมมติอื่นของแบบจำลอง อ่านการเปรียบเทียบใน [[icer-dominance-ce-plane-and-thresholds-th]]

วิเคราะห์อคติให้ตรงปัญหา

ปัจจัยกวนคงเหลือ (residual confounding) เกิดจากสาเหตุที่ขาดหาย วัดไม่ดี หรือใส่แบบจำลองผิด การควบคุมเชิงลบ (negative controls) ตรวจความสัมพันธ์ที่ไม่ควรมี แต่อาจร่วมกลไกอคติเดียวกัน ความสัมพันธ์ที่ไม่คาดหมายเตือนว่ามีอคติ แต่ผลที่ไม่พบความสัมพันธ์ไม่ได้ยืนยันว่าไม่มีอคติ

ค่า E (E-value) สรุปความแรงของปัจจัยกวนที่ไม่ได้วัดซึ่งจำเป็นต่อการอธิบายอัตราส่วนความเสี่ยงที่พบทั้งหมด ภายใต้ข้อสมมติที่ระบุ ค่านี้เป็นมาตรวัดความไว ไม่ใช่ผลที่แก้อคติแล้ว ส่วนการวิเคราะห์อคติเชิงปริมาณ (quantitative bias analysis) กำหนดพารามิเตอร์อคติที่เป็นไปได้แล้วคำนวณผลใหม่

PSA ตามปกติส่งต่อความไม่แน่นอนจากการแจกแจงพารามิเตอร์ที่กำหนด รวมความไม่แน่นอนจากการสุ่ม การสุ่มซ้ำรอบค่าประมาณที่มีปัจจัยกวนยังคงมีศูนย์กลางที่ถูกกวนอยู่ เพิ่มพารามิเตอร์อคติโดยตรงได้ แต่ต้องมีหลักฐานและข้อสมมติรองรับต่างหาก ใช้ [[evidence-pyramid-versus-grade-certainty-th]] ประเมินหลักฐานก่อนเลือกค่าตั้งต้น

แยกคำเหล่านี้ให้ชัด

Estimand (ปริมาณเป้าหมาย)
ปริมาณผลที่กำหนดด้วยการเปรียบเทียบการรักษา ประชากร ผลลัพธ์ และระยะเวลา
Exchangeability (ความสามารถแลกเปลี่ยนกลุ่ม)
เมื่อกำหนดตัวแปรปรับ กลุ่มที่เปรียบเทียบมีผลลัพธ์ที่อาจเกิดภายใต้แต่ละแนวทางเทียบกันได้
Positivity (โอกาสได้รับแต่ละแนวทาง)
แต่ละรูปแบบตัวแปรในประชากรเป้าหมายมีโอกาสได้รับแต่ละแนวทาง มิฉะนั้นต้องอนุมานนอกขอบเขตข้อมูล
Standardization (การปรับมาตรฐาน)
เฉลี่ยความเสี่ยงของแต่ละแนวทางด้วยการกระจายตัวแปรเป้าหมายชุดเดียวกัน
PSA (การวิเคราะห์ความไวแบบอาศัยความน่าจะเป็น)
คำนวณผลแบบจำลองซ้ำจากการแจกแจงร่วมของพารามิเตอร์ที่กำหนด

เอกสารอ้างอิง

  1. Vandenbroucke JP, von Elm E, Altman DG, Gotzsche PC, Mulrow CD, Pocock SJ, Poole C, Schlesselman JJ, Egger M. Strengthening the Reporting of Observational Studies in Epidemiology (STROBE): explanation and elaboration. PLoS Med. 2007;4(10):e297. doi:10.1371/journal.pmed.0040297
  2. Hernan MA, Robins JM. Using big data to emulate a target trial when a randomized trial is not available. Am J Epidemiol. 2016;183(8):758-764. doi:10.1093/aje/kwv254
  3. VanderWeele TJ, Ding P. Sensitivity analysis in observational research: introducing the E-value. Ann Intern Med. 2017;167(4):268-274. doi:10.7326/M16-2607
  4. Muller CJ, MacLehose RF. Estimating predicted probabilities from logistic regression: different methods correspond to different target populations. Int J Epidemiol. 2014;43(3):962-970. doi:10.1093/ije/dyu029
  5. Briggs AH, Weinstein MC, Fenwick EAL, Karnon J, Sculpher MJ, Paltiel AD. Model parameter estimation and uncertainty: a report of the ISPOR-SMDM Modeling Good Research Practices Task Force-6. Value Health. 2012;15(6):835-842. doi:10.1016/j.jval.2012.04.014

ลำดับการเรียนในชุดนี้

  1. คู่มือชุดบทความเศรษฐศาสตร์สุขภาพ: อ่านหลักฐานก่อนอ่านต้นทุน
  2. อุบัติการณ์ ความชุก และตัวหารที่ถูกต้อง: ระบาดวิทยาเบื้องหลังต้นทุนความเจ็บป่วยและแบบจำลองมาร์คอฟ [[incidence-prevalence-and-the-right-denominator-th]]
  3. รูปแบบการศึกษา แบบจำลองทางสถิติ และเป้าหมายการประมาณค่า: แต่ละรูปแบบการศึกษาประมาณค่าอะไรได้จริง [[study-design-estimand-and-effect-measures-th]]
  4. อัตราส่วนความเสี่ยง อัตราส่วนออดส์ ผลต่างความเสี่ยง และจำนวนที่ต้องรักษา: ตารางสองคูณสองเดียว คำตอบสี่แบบ
  5. อัตราส่วนฮาซาร์ดไม่ใช่อัตราส่วนความเสี่ยง: ข้อสมมติความเป็นสัดส่วนของฮาซาร์ด เวลารอดชีพเฉลี่ยแบบจำกัดช่วง และข้อมูลนำเข้าแบบจำลอง
  6. ความบังเอิญ อคติ และปัจจัยกวน: เหตุใดความสัมพันธ์ที่พบจึงยังไม่ใช่ผลของการรักษา (บทความนี้)
  7. พ้นจากพีระมิดหลักฐาน: ระดับความเชื่อมั่นตามแนวทาง GRADE และการเลือกข้อมูลประสิทธิผลเข้าสู่แบบจำลองทางเศรษฐศาสตร์
  8. จากความไวสู่ต้นทุนต่อผู้ป่วยหนึ่งรายที่ตรวจพบ: ค่าทำนายผลบวก ความชุก และเศรษฐศาสตร์ของการคัดกรอง
  9. ต้นทุนของใคร ณ ปีใด: มุมมองการวิเคราะห์ ต้นทุนค่าเสียโอกาส การปรับค่าเงินเฟ้อ และการปรับลดค่าตามเวลา
  10. ปีสุขภาวะ ปีสุขภาวะที่สูญเสีย และค่าอรรถประโยชน์: เรากำลังวัดอะไรกันแน่
  11. อัตราส่วนต้นทุนประสิทธิผลส่วนเพิ่มและระนาบต้นทุนประสิทธิผล: ทางเลือกที่ด้อยกว่า ผลประโยชน์สุทธิ และเกณฑ์ 160,000 บาทต่อปีสุขภาวะ
  12. ต้นไม้การตัดสินใจ แบบจำลองมาร์คอฟ และการวิเคราะห์ความไวเชิงความน่าจะเป็น: แบบจำลองแปลงหลักฐานเป็นการตัดสินใจได้อย่างไร
  13. คุ้มค่าไม่ได้แปลว่าจ่ายไหว มีประสิทธิภาพไม่ได้แปลว่าเป็นธรรม: ผลกระทบด้านงบประมาณและความเป็นธรรมทางสุขภาพ

ประเด็นสำคัญ

  • กำหนดการเปรียบเทียบเชิงสาเหตุและประชากรเป้าหมายก่อนประมาณผลการรักษา
  • จัดจุดเริ่มต้นเวลาให้ตรง วัดสาเหตุร่วม และตรวจสมดุลกับการทับซ้อนหลังปรับ
  • คำนวณประโยชน์ทางเศรษฐศาสตร์จากความเสี่ยงสัมบูรณ์ที่เปรียบเทียบกันได้พร้อมความไม่แน่นอน
  • การปรับตัวแปรช่วยจัดการปัจจัยกวนที่วัดได้ แต่ PSA ไม่ขจัดปัจจัยกวนหรืออคติ

อ่านต่อในวิกิ: เมื่อ IPTW แล้วยังไม่ balance: ปรับ model หรือ weights แล้วตรวจ overlap และ balance ซ้ำ · Emulating the Target Trial: A Framework of Strengthening Causal Inference in Observational Research

0
ถึงนักอ่านชาวไทยและต่างชาติทำความเข้าใจบริบททางการแพทย์ของผมอ่านต่อ →ถึงนักอ่านชาวไทยและต่างชาติทำความเข้าใจเนื้อหาของผมที่นอกเหนือจากการแพทย์อ่านต่อ →

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกกันเลย

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น