Approach to Abnormal Uterine Bleeding (AUB) PALM-COEIN
On this page
Abnormal Uterine Bleeding (AUB) — FIGO Updates
หมายเหตุ: ระบบ “PALM-COEIN” ของ FIGO ถูกนำมาใช้ครั้งแรกในปี ค.ศ. 2011 แต่ก็มีการอัปเดตเรื่อยมา โดยมีการเพิ่มเติมรายละเอียดเกี่ยวกับ leiomyoma subclassification (ชนิดของเนื้องอกกล้ามเนื้อมดลูก) และการเน้นใช้คำศัพท์ใหม่ ๆ เช่น “Heavy Menstrual Bleeding (HMB)” แทนคำว่า “menorrhagia” เพื่อให้สื่อสารได้ชัดเจนและคำนึงถึงมุมมองผู้ป่วยมากยิ่งขึ้น
1. คำจำกัดความ (Definition)
- Abnormal Uterine Bleeding (AUB) หมายถึง เลือดออกผิดปกติจากโพรงมดลูกที่ไม่สัมพันธ์กับการตั้งครรภ์ (non-pregnancy related) หรือสาเหตุภายนอกมดลูก (เช่น รอยโรคปากมดลูกหรือช่องคลอด)
- ควรใช้ระบบ PALM-COEIN ตามข้อแนะนำของ FIGO (International Federation of Gynecology and Obstetrics) และ ACOG (American College of Obstetricians and Gynecologists)
การอัปเดตของ FIGO
- ยกเลิกการใช้คำศัพท์เดิม เช่น menorrhagia, metrorrhagia, oligomenorrhea, polymenorrhea, DUB (dysfunctional uterine bleeding) ฯลฯ เพราะทำให้สับสน ไม่สื่อความหมายเชิงสาเหตุ
- ปรับให้ใช้คำใหม่ เช่น frequent (ถี่เกิน 1 ครั้งใน 24 วัน), infrequent (นานเกิน 38 วัน), heavy menstrual bleeding (HMB) (ปริมาณมาก), prolonged (นานเกิน 8 วัน) เพื่อให้เป็นมาตรฐานสากล
- Leiomyoma subclassification มีการปรับปรุงในปี ค.ศ. 2018 (FIGO 2018) เพื่อแบ่งชนิดเนื้องอกกล้ามเนื้อมดลูกอย่างละเอียดขึ้น (Type 0-8 และ hybrid) ทำให้แพทย์สื่อสารและวางแผนการรักษาได้แม่นยำขึ้น
2. นิยามศัพท์เกี่ยวกับการมีเลือดออกจากโพรงมดลูก (FIGO system)
| คำจำกัดความ | ค่าปกติ (5th-95th Percentiles) |
|---|---|
| ความถี่ของรอบประจำเดือน (frequency) | - Frequent (ถี่): < 24 วัน - Normal (ปกติ): 24-38 วัน - Infrequent (ห่าง): > 38 วัน |
| ความสม่ำเสมอของรอบประจำเดือน (Variability within 12 months) | - Absent (ไม่มี): ไม่มีเลือดออก - Regular (สม่ำเสมอ): แปรปรวน +2-20 วัน - Irregular (ไม่สม่ำเสมอ): แปรปรวน >20 วัน |
| ระยะเวลาของรอบประจำเดือน (duration) | - Prolonged (นาน): > 8 วัน - Normal: 4.5-8 วัน - Shortened (สั้น): < 4.5 วัน |
| ปริมาณประจำเดือนต่อรอบ (volume) | - Heavy (มาก): > 80 มล. - Normal (ปกติ): 5-80 มล. - Light (น้อย): < 5 มล. |
(อ้างอิง: Munro. FIGO system for abnormal uterine bleeding. Am J Obstet Gynecol 2012, และการอัปเดตอื่น ๆ ในภายหลัง)
3. อุบัติการณ์ (Incidence)
- AUB พบในสตรีวัยเจริญพันธุ์มากถึง 1 ใน 3
- พบบ่อยในสองช่วงอายุ: วัยรุ่น (adolescence) และ ช่วงก่อนหมดระดู (perimenopause)
4. การจำแนกสาเหตุ AUB ตามระบบ PALM-COEIN
FIGO แบ่ง AUB ออกเป็น 9 กลุ่มหลัก โดยใช้คำย่อ “PALM-COEIN”
- PALM (Structural Causes)
- P – Polyp
- A – Adenomyosis
- L – Leiomyoma (Fibroid)
- ในปี 2018 มีการอัปเดต Subclassification Type 0-8 และ “hybrid”
- M – Malignancy / Hyperplasia
- COEIN (Non-Structural Causes)
- C – Coagulopathy (ภาวะเลือดออกง่าย/แข็งตัวผิดปกติ)
- O – Ovulatory disorders (เช่น anovulation)
- E – Endometrial (ความผิดปกติในการทำงานของเยื่อบุโพรงมดลูก)
- I – Iatrogenic (เช่น ผลข้างเคียงจากห่วงอนามัยฮอร์โมน, ยาต้านการแข็งตัวของเลือด)
- N – Not yet classified (ยังไม่ทราบแน่ชัด)
5. จุดสำคัญในแนวทางอัปเดต FIGO
- เน้นการใช้คำว่า “Heavy Menstrual Bleeding (HMB)”
- เดิมใช้คำว่า “menorrhagia” แต่ FIGO แนะนำให้ใช้ “HMB” แทนเพื่อระบุ “ปริมาณเลือดออกมาก” โดยวัดเชิงปริมาณ (≥80 มล./รอบ) หรือแม้แต่เชิงคุณภาพตามความกังวลของผู้ป่วย (เช่น ส่งผลต่อคุณภาพชีวิต)
- Leiomyoma Subclassification (2018)
- จำแนกชนิดก้อนเนื้องอก (Fibroid) ได้ละเอียดขึ้น เช่น
- Type 0
- Pedunculated submucosal fibroid (ก้อนยื่นเข้าไปในโพรงมดลูกทั้งหมด)
- ก้อนอยู่ในโพรงมดลูกโดยสมบูรณ์ (endometrial cavity) และยึดติดกับผนังมดลูกด้วยขั้ว (pedicle)
- ไม่มี ส่วนแทรกในชั้นกล้ามเนื้อมดลูก
- Type 1
- Submucosal fibroid มีส่วนในโพรงมดลูก >50%
- ก้อนส่วนใหญ่ยื่นเข้าไปในโพรงมดลูก แต่บางส่วนฝังอยู่ในชั้นกล้ามเนื้อมดลูก (myometrium) ไม่เกิน 50% ของความหนาก้อน
- Type 2
- Submucosal fibroid มีส่วนในโพรงมดลูก <50%
- ก้อนบางส่วนยื่นเข้าไปในโพรงมดลูก แต่มากกว่า 50% ของความหนาก้อนฝังตัวในชั้นกล้ามเนื้อมดลูก
- Type 3
- Intramural fibroid ที่สัมผัสกับชั้น Endometrium (โพรงมดลูก)
- ก้อนอยู่ในชั้นกล้ามเนื้อมดลูกโดยสมบูรณ์ (ไม่ยื่นเข้าหรือออกจากผิวด้านใน/ด้านนอก) แต่ มีขอบเขตติดกับชั้นเยื่อบุโพรงมดลูก (endometrium)
- Type 4
- Intramural fibroid แท้ ๆ (100% intramural)
- อยู่ในชั้นกล้ามเนื้อมดลูกทั้งหมด ไม่ยื่นออกไปทางโพรงมดลูกหรือผิวด้านนอก (serosa)
- Type 5
- Subserosal fibroid มีส่วนในชั้นกล้ามเนื้อมดลูก ≥50%
- ก้อนงอกออกมาทางผิวด้านนอก (serosa) ของมดลูก แต่เกินครึ่ง (≥50%) ของก้อนฝังในชั้นกล้ามเนื้อมดลูก
- Type 6
- Subserosal fibroid มีส่วนในชั้นกล้ามเนื้อมดลูก <50%
- ก้อนงอกออกมาทางผิวด้านนอกของมดลูก แต่แทรกในชั้นกล้ามเนื้อมดลูกไม่ถึงครึ่ง (<50%)
- Type 7
- Pedunculated subserosal fibroid (ก้อนยื่นออกจากผิวนอกด้วยขั้ว)
- อยู่ภายนอกตัวมดลูก และเชื่อมติดผนังมดลูกด้วย pedicle (ขั้วยาว)
- Type 8
- “Others” หรือก้อนที่อยู่ในโครงสร้างอื่น
- ก้อนอาจเกิดที่ตำแหน่งอื่น ๆ นอกเหนือจากตัวมดลูก (เช่น cervix, broad ligament หรือ parasitic fibroid)
- Type 0
- ช่วยให้การตัดสินใจรักษา (เช่น Hysteroscopic resection, Myomectomy) แม่นยำยิ่งขึ้น
- จำแนกชนิดก้อนเนื้องอก (Fibroid) ได้ละเอียดขึ้น เช่น
- Patient-Centered Approach
- FIGO และ ACOG เน้นให้ประเมินความรุนแรงของอาการตามมุมมองผู้ป่วย (Patient-reported outcomes) ไม่เพียงแต่วัดปริมาณเป็นมิลลิลิตรเท่านั้น แต่รวมถึงการรบกวนชีวิตประจำวัน
- คำศัพท์แนะนำให้เลี่ยง
- menorrhagia, metrorrhagia, oligomenorrhea, polymenorrhea, DUB ฯลฯ
- ใช้คำอธิบายเชิงรายละเอียด เช่น รอบถี่ (frequent), รอบห่าง (infrequent), ปริมาณมาก (heavy), หรือ “HMB” เพื่อเข้าใจกลไกได้ชัดขึ้น
Taking History in Gynecology: Abnormal Uterine Bleeding (AUB) (Part 1)
1. Chief Complaint (CC)
- Main Symptom:
- Abnormal uterine bleeding: อาจเป็นลักษณะประจำเดือนมาบ่อย (frequent), มาห่าง (infrequent), มีปริมาณมาก (heavy), มีหยดเลือดกระปริดกระปรอย (spotting) หรือนานผิดปกติ (prolonged bleeding)
- Associated Symptoms:
- ปวดท้องน้อย หรือปวดหน่วง ๆ บริเวณอุ้งเชิงกราน
- อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย หรือมีอาการของโรคโลหิตจาง (เช่น หน้ามืด เวียนศีรษะ)
- มีไข้ ตกขาวมีกลิ่นเหม็น (หากสงสัยติดเชื้อ)
2. History of Present Illness (HPI)
2.1 Abnormal Uterine Bleeding (AUB)
อ้างอิงนิยามจาก FIGO system ในแง่ ความถี่, ความสม่ำเสมอ, ระยะเวลา และ ปริมาณ ของประจำเดือน:
- Frequency of Bleeding (Cycle Length)
- Frequent: < 24 วัน
- Normal: 24–38 วัน
- Infrequent: > 38 วัน
- Regularity of Bleeding
- Regular: ความแปรปรวนของรอบเดือน < 20 วัน (ภายใน 12 เดือน)
- Irregular: ความแปรปรวน > 20 วัน
- Duration of Bleeding (Per Cycle)
- Prolonged: > 8 วัน
- Normal: 4.5–8 วัน
- Shortened: < 4.5 วัน
- Volume of Bleeding
- Heavy: > 80 mL
- Normal: 5–80 mL
- Light: < 5 mL
ถามลงลึก
- รูปแบบเลือดออกเป็นระยะ ๆ หรือไม่เป็นรอบ (Intermenstrual bleeding, IMB)
- มีภาวะเลือดออกกะปริดกะปรอย หรือหยุด ๆ ไหล ๆ
- การไหลทะลักหรือมีก้อนเลือดปน
- ความสัมพันธ์กับวันในรอบเดือน (เช่น ช่วงกลางรอบเดือน หรือก่อนมีประจำเดือน)
2.2 Associated Symptoms
- Pelvic Pain or Cramping:
- ใช้หลัก LODCRAFTS (Location, Onset, Duration, Characteristic, Radiation, Aggravating, Relieving, Timing, Severity) หากมีอาการปวดร่วมด้วย
- Fatigue, Dizziness, หรือ Anemia:
- สังเกตอาการอ่อนเพลีย หน้ามืด ใจสั่น อาจเกิดจากการเสียเลือดปริมาณมาก
- Fever, Foul-Smelling Discharge:
- หากสงสัยการติดเชื้อในอุ้งเชิงกราน (PID) หรือ endometritis
- อาการที่พบบ่อยใน PCOS
- ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ หรือ ขาดรอบเดือน (Oligomenorrhea หรือ Amenorrhea)
- ภาวะขนดก (Hirsutism): ขึ้นตามบริเวณที่มักเป็นตำแหน่งของขนเพศชาย เช่น คาง เหนือริมฝีปาก หน้าอก หน้าท้อง
- สิว (Acne) หรือผิวมัน เนื่องจากระดับฮอร์โมนแอนโดรเจนที่สูง
- ภาวะอ้วน หรือน้ำหนักขึ้นง่าย โดยเฉพาะการสะสมไขมันบริเวณรอบเอว
- ผมบางแบบผู้ชาย (Female Pattern Hair Loss) ในบางราย
- ภาวะมีบุตรยาก (Infertility) เนื่องจากการตกไข่ไม่สม่ำเสมอ
3. Gynecological History
3.1 Menstrual History
- Age at menarche: เริ่มมีประจำเดือนอายุเท่าไหร่
- Regularity, Duration, and Flow: ก่อนที่จะเกิด AUB มีรอบเดือนปกติหรือไม่อย่างไร
- Last Menstrual Period (LMP): วันแรกของประจำเดือนครั้งล่าสุด
- Associated dysmenorrhea: ปวดท้องประจำเดือนมากไหม
- Premenstrual symptoms: อาการก่อนมีประจำเดือน (PMS)
3.2 Obstetric History
- GPA (Gravida, Para, Abortions)
- ประวัติการแท้ง การคลอด มีภาวะแทรกซ้อนหรือไม่
- ตรวจสอบว่าปัจจุบันอาจมีภาวะแทรกซ้อนจากการตั้งครรภ์หรือไม่ (เช่น ภาวะแท้งคุกคาม)
3.3 Sexual History
- Number of sexual partners (ปัจจุบัน/อดีต)
- Protection methods: ใช้ถุงยางอนามัยหรือไม่
- History of STIs: เคยเป็นหนองในแท้ หนองในเทียม หรือติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์อื่น ๆ หรือไม่
3.4 Contraceptive Use
- ปัจจุบันใช้หรือไม่: ยาคุมกำเนิดชนิดรับประทาน, ห่วงอนามัย (IUD), ยาฉีด, ยาฝัง
- ระยะเวลาและผลข้างเคียง: เช่น มีเลือดออกกระปริดกระปรอยจาก IUD ฮอร์โมนหรือไม่
4. Past Medical History (PMH)
- โรคเลือดหรือภาวะการแข็งตัวของเลือดผิดปกติ (Coagulopathy): เช่น Von Willebrand disease, Hemophilia (ในครอบครัว) หรือมีประวัติเลือดออกมากผิดปกติ
- Endocrine disorders: เช่น PCOS (Polycystic Ovary Syndrome), โรคไทรอยด์, เบาหวาน
- Uterine abnormalities: เคยวินิจฉัยเป็น fibroids (Leiomyoma), polyps, หรือ adenomyosis หรือไม่
- Infection/PID: เคยมีโรคอุ้งเชิงกรานอักเสบมาก่อนหรือเปล่า
- Pelvic surgeries: ประวัติผ่าตัดมดลูกหรือผ่าตัดในอุ้งเชิงกรานอื่น ๆ
5. Family History
- Gynecological cancers: มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก (Endometrial CA), มะเร็งปากมดลูก, มะเร็งรังไข่
- Bleeding disorders: มีสมาชิกในครอบครัวมีภาวะเลือดออกง่ายหรือไม่
- Hormonal issues: ประวัติ PCOS, ภาวะมีบุตรยากในครอบครัว
6. Social History
- Smoking, Alcohol, Substance Abuse: มีผลต่อฮอร์โมนและการแข็งตัวของเลือด
- Lifestyle factors: น้ำหนัก (อ้วน/ผอม), การออกกำลังกาย, ความเครียด, การพักผ่อน
- การเปลี่ยนแปลงน้ำหนักตัวอย่างฉับพลันอาจเกี่ยวข้องกับความผิดปกติของรอบเดือน
7. Medications and Allergies
- Current medications: เช่น ยาต้านการแข็งตัวของเลือด (anticoagulants), ยาเอสโตรเจน/โปรเจสเตอโรน, หรือสมุนไพร
- Drug allergies: แพ้ยาหรือสารใด ๆ
- Over-the-counter supplements: เช่น วิตามินหรือยาสมุนไพร ที่อาจมีผลต่อการแข็งตัวของเลือด
ประเด็นสำคัญเพิ่มเติมในการซักประวัติ AUB
- ความผิดปกติในการแข็งตัวของเลือด (Coagulopathy)
- AUB-C (Coagulopathy) พบในผู้ป่วยวัยรุ่นที่มีประจำเดือนออกมากผิดปกติตั้งแต่เริ่มมีประจำเดือน (menarche)
- อาจซักประวัติว่ามีเลือดออกมากผิดปกติเมื่อมีบาดแผลหรือหลังผ่าตัดหรือไม่
- AUB-O (Ovulatory Disorders)
- รูปแบบรอบเดือนมักไม่สม่ำเสมอ (anovulatory bleeding) อาจออกกระปริดกระปรอย หรือเป็น prolonged bleeding
- พบบ่อยในผู้ป่วย PCOS หรือวัยรุ่นที่ยังมีรอบเดือนตั้งต้นไม่สม่ำเสมอ
- สาเหตุจากภาวะแทรกซ้อนของการตั้งครรภ์
- ควรซักให้แน่ใจว่าผู้ป่วยไม่ได้ตั้งครรภ์หรือมีภาวะแท้งคุกคาม/แท้งไม่ครบ เพราะเป็นอีกสาเหตุของ AUB
- การใช้ยาฮอร์โมน
- ยาเอสโตรเจน โปรเจสเตอโรน หรือ IUD อาจส่งผลให้มีเลือดออกผิดปกติได้
- ต้องถามประวัติการเปลี่ยนแปลงยาหรือการคุมกำเนิดครั้งล่าสุด
- อาการอื่น ๆ ร่วมด้วย
- ความแปรปรวนทางอารมณ์ (PMS/PMDD)
- ปวดท้องน้อยอย่างรุนแรงร่วมกับมีประจำเดือนออกมาก (สงสัย endometriosis, adenomyosis)
- ตกขาวผิดปกติหรือคัน ช่องคลอดอักเสบร่วมด้วย
Physical Examination in Gynecology: Abnormal Uterine Bleeding (AUB) (Part 2) 1. Vital Signs (V/S)
การวัดสัญญาณชีพอย่างแม่นยำช่วยให้ประเมินภาวะความรุนแรงของเลือดออกและระบบไหลเวียนเลือดได้อย่างทันท่วงที
- Blood Pressure (BP)
- ใช้ mercury sphygmomanometer
- พัน cuff ให้สูงจากข้อพับศอก 2–3 cm
- คลำ radial pulse แล้วสูบลมจนชีพจรหายไป ค่อย ๆ ปล่อยลม
- Systolic BP = เสียงโคร์ตคอฟแรก (First Korotkoff sound)
- Diastolic BP = เสียงโคร์ตคอฟสุดท้าย (Last Korotkoff sound)
- Heart Rate (HR)
- คลำชีพจรที่ radial หรือ carotid
- นับ beats ใน 1 นาทีเต็ม เพื่อความถูกต้อง
- Respiratory Rate (RR)
- สังเกตการเคลื่อนไหวของทรวงอกหรือหน้าท้อง 1 นาที
- พยายามไม่ให้ผู้ป่วยทราบว่าเรากำลังนับ RR
- Body Temperature
- ใช้ thermometer ทางปาก รักแร้ หรือทวารหนัก (ตามข้อบ่งชี้)
- บันทึกเป็นองศาเซลเซียส (°C)
- Oxygen Saturation (SpO2) (ถ้ามีเครื่องมือ)
- ใช้ pulse oximeter หนีบที่ปลายนิ้วหรือใบหู
2. General Appearance
- Observation
- สังเกต ท่าทาง (posture) สีหน้าผู้ป่วย ความวิตกกังวล หรือสัญญาณแสดงความเจ็บปวด
- ประเมิน ความซีด (pallor), ตัวเหลือง (jaundice) หรือ อาการช็อก (ผิวเย็นซีด)
- ประเมิน ระดับความรู้สึกตัว (alertness)
- Signs of Hypovolemia or Hemodynamic Instability
- ผิวเย็น เหงื่อออก ตัวซีด คลำชีพจรเบาเร็ว (tachycardia)
- Capillary Refill Time (CRT) > 2 วินาที
- Extra Findings
- สังเกต จ้ำเลือด (purpura, petechiae) หรือจุดเลือดออกที่อาจบ่งถึง coagulopathy
- สังเกตลักษณะ ขนดก สิว ผิวมัน หรือหลักฐานของภาวะฮอร์โมนผิดปกติ (เช่น PCOS)
3. Cardiovascular System (CVS)
(จำเป็นในการประเมินผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงภาวะโลหิตจางหรือตกเลือด)
- Inspection
- ดูว่ามี cyanosis, pallor, หรือ edema
- Capillary Refill Time (CRT): กดเล็บ >2 วินาทีบ่งถึงภาวะ perfusion ต่ำ
- Palpation
- คลำ radial, femoral, dorsalis pedis pulses ประเมินความแรง จังหวะ ความสม่ำเสมอ
- Auscultation
- ฟัง heart sounds (S1, S2)
- ตรวจหา murmurs, gallops หรือ rubs ซึ่งบางครั้งอาจบ่งบอกถึงโรคหัวใจร่วม หรือภาวะโลหิตจางเรื้อรัง (อาจได้ยิน flow murmur)
4. Abdominal Examination
เพื่อตัดสาเหตุจากระบบทางเดินอาหารและประเมินก้อนหรือพยาธิสภาพในอุ้งเชิงกรานผ่านทางหน้าท้อง
- Inspection
- สังเกต distension (มีท้องอืดหรือไม่)
- มี แผลเป็น (surgical scar) หรือความไม่สมมาตร
- Auscultation
- ฟังเสียงลำไส้ (bowel sounds) 1–2 นาทีในแต่ละ quadrant
- ถ้าเงียบ อาจบ่งบอก paralytic ileus, ถ้าดังถี่ (hyperactive) อาจบ่งบอก bowel obstruction
- Percussion
- Tympany: ปกติบริเวณลำไส้
- Dullness: บ่งถึงก้อนหรือของเหลว
- Palpation
- Superficial palpation: ตรวจหาจุดกดเจ็บ (tenderness), guarding
- Deep palpation: คลำหาก้อน (masses), ตับโต (hepatomegaly), ม้ามโต (splenomegaly)
- Rebound tenderness: ถ้าเป็นบวก บ่งถึง peritonitis
- Rectal Examination (ถ้าจำเป็น)
- ประเมินว่ามีเลือดในทวารหนัก รอยโรค หรือก้อนใน rectum หรือไม่
5. Pelvic Examination (Gynecological Examination)
ขั้นตอนสำคัญที่สุดในการประเมิน AUB ให้ความสำคัญกับ Informed consent และมี Chaperone เสมอ
5.1 External Genitalia Examination
- Observation
- สังเกต hair distribution, แผล (ulcers), ตุ่ม (lesions), บวมแดง (swelling)
- สังเกต Bartholin’s glands, Skene’s ducts, urethral meatus หรือการโป่งพองของผนังช่องคลอด (cystocele, rectocele)
- Palpation
- คลำ Bartholin’s glands หากสงสัย abscess หรือ cyst
- ให้ผู้ป่วยเบ่งลงเพื่อดู prolapse หรือจุดผิดปกติ
5.2 Speculum Examination
- Preparation
- เลือก Speculum ขนาดเหมาะสม
- ใช้น้ำหรือน้ำมันหล่อลื่นปริมาณเล็กน้อย (หากจำเป็นตรวจ Pap smear ให้ใช้น้ำเปล่า)
- Insertion
- อธิบายผู้ป่วยให้หายใจลึก ๆ ผ่อนคลาย สอด speculum อย่างนุ่มนวล
- Inspection
- Vaginal walls: ดูการอักเสบ แผล มูก ตกขาวผิดปกติ
- Cervix: สังเกตสี รูปร่าง พื้นผิว (มี erosion, polyp หรือ lesion) มีเลือดหรือหนองออกจากปากมดลูกหรือไม่
- ประเมินว่าการเลือดออกมาจากโพรงมดลูกจริงหรือไม่ (มีแผลที่ปากมดลูกหรือช่องคลอด)
5.3 Bimanual Examination
- Cervix
- ขยับปากมดลูก (Cervical Motion Tenderness; CMT): หากปวดมากอาจบ่งบอก PID
- สภาพเนื้อเยื่อแข็งหรือนุ่มผิดปกติ
- Uterus
- Size and shape: ใหญ่ผิดปกติหรือไม่ (สงสัย fibroids หรือ adenomyosis)
- Position: Anteverted, retroverted, mobility
- Surface: เรียบหรือขรุขระ (palpable fibroids)
- Tenderness: บ่งบอกอักเสบหรือ pathology
- Adnexa
- คลำรังไข่และท่อนำไข่ (ovaries, fallopian tubes) หามวล (cysts) หรือจุดกดเจ็บ
- อาจสงสัย PCOS หากรังไข่มีลักษณะโตหลายถุงน้ำ
5.4 Rectovaginal Examination (ถ้าจำเป็น)
- Technique
- นิ้วกลางในทวารหนัก นิ้วชี้ในช่องคลอด เพื่อประเมินผนังด้านหลังของโพรงมดลูก, ligaments (uterosacral) และ cul-de-sac
- Purpose
- ดูว่ามี nodularity (endometriosis) หรือการลุกลามของมะเร็งปากมดลูก (parametrial invasion) หรือไม่
Summary Reporting Example (After Examination)
General Appearance: Pale conjunctiva, mild tachycardia. CRT ~3 sec.
Abdominal Examination:
- Soft, no masses palpated, mild suprapubic tenderness.
Pelvic Exam:
- External: No visible lesions or masses, Bartholin’s glands not enlarged.
- Speculum: Vaginal mucosa pink, moderate red blood from cervical os. Cervix smooth, no visible lesions.
- Bimanual: Uterus anteverted, slightly enlarged, no adnexal mass. Cervical motion tenderness negative.
Impression: Suspected abnormal uterine bleeding, need further workup (ultrasound, labs).
Problem List and Laboratory Investigations in Gynecology: Abnormal Uterine Bleeding (AUB) (Part 3)
1. ปัญหาที่อาจพบ (Problem List)
- Abnormal Uterine Bleeding (AUB)
- Frequency: รอบเดือนถี่เกินไป (<24 วัน), ห่างเกินไป (>38 วัน) หรือไม่สม่ำเสมอ
- Duration: นานเกิน 8 วัน หรือสั้นกว่า 4.5 วัน
- Volume: มาก (>80 มล.) หรือน้อย (<5 มล.) เทียบกับปกติ (5–80 มล.) ผ้าอนามัย 1 ผืนหลังคลอดจะซับเลือดได้ประมาณ 50–80 มล.
- Suspected Underlying Causes
- สาเหตุโครงสร้าง เช่น ติ่งเนื้อ (polyp), เนื้องอกกล้ามเนื้อมดลูก (leiomyoma), มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก ฯลฯ
- สาเหตุที่ไม่ใช่โครงสร้าง เช่น ภาวะไม่ตกไข่ (anovulation), ภาวะเลือดออกง่าย (coagulopathy), อิทธิพลจากยา (iatrogenic)
- อื่น ๆ เช่น ภาวะแทรกซ้อนจากการตั้งครรภ์, การติดเชื้อ (infection), หรือ สิ่งแปลกปลอมในช่องคลอด
- Anemia or Systemic Impact
- ผู้ป่วยอาจมีอาการ อ่อนเพลีย, หน้ามืด, ซีด, หรือ เวียนศีรษะ จากการเสียเลือดเรื้อรัง
- Concurrent Risks
- เสี่ยง มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก ในสตรีวัยก่อน/หลังหมดประจำเดือน
- เสี่ยง โรคติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ (STIs) หรือ PID (อุ้งเชิงกรานอักเสบ)
- ภาวะ ไม่ตกไข่ระยะยาว (เช่น PCOS) อาจทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกได้รับฮอร์โมนเอสโตรเจนเกิน
2. การส่งตรวจพื้นฐาน (Initial Investigations)
2.1 Blood Tests (พร้อมค่าอ้างอิงโดยประมาณ)
- CBC (Complete Blood Count)
- Hemoglobin (Hb): ประมาณ 12–15.5 g/dL (ในสตรี)
- Hematocrit (Hct): ~36–46% (ในสตรี)
- WBC: 4,500–11,000 cells/µL
- Platelet: 150,000–400,000 cells/µL
- ประโยชน์: ประเมินภาวะโลหิตจาง (Hb ต่ำ), ภาวะติดเชื้อ (WBC สูง), เกล็ดเลือดต่ำ (เสี่ยงเลือดออกง่าย)
- β-hCG (Serum Pregnancy Test)
- ปกติ (Non-pregnant): <5 mIU/mL
- ประโยชน์: ตัดสาเหตุเกี่ยวกับการตั้งครรภ์ (เช่น แท้ง, ท้องนอกมดลูก, ภาวะเนื้องอกเนื้อรก)
- Thyroid Function Test (TSH)
- ค่าอ้างอิง: ประมาณ 0.4–4.0 mIU/L (ขึ้นอยู่กับห้องปฏิบัติการ)
- ประโยชน์: ประเมินภาวะไทรอยด์ผิดปกติซึ่งอาจส่งผลต่อรอบเดือน
- Coagulation Profile (ในกรณีสงสัยภาวะเลือดออกง่าย)
- PT (Prothrombin time): ปกติ ~11–13.5 วินาที (ขึ้นกับห้องแล็บ)
- aPTT (Activated Partial Thromboplastin Time): ปกติ ~30–40 วินาที
- Von Willebrand factor (ถ้าสงสัย von Willebrand disease)
- ประโยชน์: ตรวจหาภาวะเลือดออกผิดปกติ, สงสัย Coagulopathy
- Fasting Blood Sugar (FBS) / HbA1c (กรณีสงสัย PCOS หรือภาวะเมตาบอลิก)
- FBS: ปกติ <100 mg/dL
- HbA1c: ปกติ <5.7%
- ประโยชน์: ประเมินภาวะดื้อต่ออินซูลินหรือเบาหวาน ที่พบในผู้ป่วย PCOS
3. การส่งตรวจเพิ่มเติม (Specific Investigations)
3.1 Imaging Studies
- Transvaginal Ultrasound (TVUS)
- การใช้งาน: ประเมินโพรงมดลูก, ผนังมดลูก, รังไข่
- ประโยชน์: ดูติ่งเนื้อ (polyp), เนื้องอก (fibroid), ความหนาเยื่อบุโพรงมดลูก (endometrial thickness)
- Transabdominal Ultrasound (TAUS)
- ใช้ในผู้ป่วยที่ตรวจ TVUS ได้ยาก เช่น เด็กสาว, ผู้ที่ไม่สะดวก
- Saline Infusion Sonohysterography (SIS)
- ฉีดน้ำเกลือเข้าช่องโพรงมดลูกเพื่อช่วยเห็น submucosal fibroid หรือ polyps ชัดเจน
- MRI
- ประโยชน์เมื่อพบความซับซ้อน เช่น Adenomyosis, มะเร็งมดลูก, เลือกใช้กรณี Ultrasound ไม่ชัด
- Hysteroscopy
- ส่องกล้องเข้าโพรงมดลูกโดยตรง + เก็บตัวอย่างเนื้อเยื่อหากพบความผิดปกติ
3.2 Endometrial Biopsy (EMB)
- ทำในสตรี ≥ 45 ปี ที่มี AUB
- หรือผู้ป่วยอายุน้อยที่มีความเสี่ยง (เช่น อ้วน, PCOS, ไม่ตกไข่เรื้อรัง)
- ประโยชน์: ตัดภาวะมะเร็งหรือ hyperplasia ของเยื่อบุโพรงมดลูก
3.3 Hormonal Assays เพิ่มเติม
- Serum Prolactin: สงสัย Hyperprolactinemia
- FSH / LH: ประเมินภาวะรังไข่ล้มเหลว, PCOS
- Androgen profile (Testosterone, DHEA-S): ถ้าสงสัยภาวะแอนโดรเจนสูง
3.4 การตรวจพิเศษอื่น ๆ
- Pap smear หรือ HPV testing: ประเมินโรคปากมดลูก (ในช่วงอายุที่เหมาะสมหรือมีความเสี่ยง)
- Swab ตรวจหาเชื้อ STI (Chlamydia, Gonorrhea) ในรายที่มีปัจจัยเสี่ยง
Management in Gynecology: Abnormal Uterine Bleeding (AUB) (Part 4)
การรักษา Abnormal Uterine Bleeding (AUB) ขึ้นอยู่กับสาเหตุและความรุนแรงของอาการ โดยทั่วไปจะแยกรักษาตามกลุ่ม PALM-COEIN อย่างไรก็ตาม บทนี้จะเน้นไปที่แนวทางรักษา AUB ในภาพรวมและเฉพาะกรณีที่ไม่พบความผิดปกติทางโครงสร้างชัดเจน (เช่น AUB-O / AUB-E) พร้อมทั้งกล่าวถึงหลักการรักษาในกลุ่มวัยต่าง ๆ
หลักการสำคัญในการรักษา AUB
- รักษาตามสาเหตุ: หากพบสาเหตุเฉพาะ เช่น เนื้องอกมดลูก (Leiomyoma) ติ่งเนื้อ (Polyp) หรือมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก (Malignancy) ควรรักษาตามแนวทางเฉพาะโรคนั้น
- การประเมินระยะเริ่มต้น: ตรวจพื้นฐาน (CBC, β-hCG, TSH, Coagulation) เพื่อคัดกรองภาวะแทรกซ้อนการตั้งครรภ์ และภาวะโลหิตจางหรือการติดเชื้อ
- รักษาด้วยยา (Hormonal / Non-Hormonal): เพื่อลดหรือหยุดเลือด แบ่งเป็นกลุ่มฮอร์โมน (Estrogen, Progestin, Combined oral contraceptives) และยาที่ไม่ใช่ฮอร์โมน (Tranexamic acid, NSAIDs)
- การผ่าตัด/หัตถการ: ใช้ในผู้ป่วยที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยยา หรือมีพยาธิสภาพที่จำเป็นต้องแก้ไขโดยตรง (ขูดมดลูก, Hysteroscopy, Endometrial ablation, Hysterectomy)
1. การรักษา AUB ตามช่วงอายุ
1.1 AUB ในวัยรุ่น (Adolescent)
- ตรวจภายใน (Pelvic Exam): มักหลีกเลี่ยงการตรวจช่องคลอดโดยตรง หากจำเป็นอาจตรวจทางทวารหนัก หรือใช้อัลตราซาวด์ทางหน้าท้อง (TAUS)
- ควบคุมการเสียเลือดด้วยฮอร์โมน
- ยาเม็ดคุมกำเนิด (Combined Oral Contraceptive Pills) หรือโปรเจสตินอย่างเดียวก็ได้
- High-dose Estrogen กรณีเลือดออกมาก หรือไม่ตอบสนองต่อการรักษาปกติ
- ประเมินภาวะเลือดออกง่าย (Coagulopathy): ในวัยรุ่นที่มีประจำเดือนมามากตั้งแต่ครั้งแรก อาจต้องตรวจ Coagulation profile และ vWD (von Willebrand disease)
- การขูดมดลูก (D&C): พิจารณาเป็นทางเลือกสุดท้าย กรณีเลือดไม่หยุดแม้ให้ยาแล้ว หรือสงสัยพยาธิสภาพรุนแรง
แนวปฏิบัติย่อ
- หากเลือดออกมาก → ให้เอสโตรเจนขนาดสูง, ตามด้วยโปรเจสติน
- หลังหยุดเลือด → คุมด้วยยาเม็ดคุมกำเนิด (low dose aka. OCP) ต่อเนื่อง 3–6 เดือน
- ถ้าไม่ต้องการตรวจภายใน → ประเมินเบื้องต้นด้วย Ultrasound ทางหน้าท้อง
1.2 AUB ในวัยเจริญพันธุ์
- ประเมินสาเหตุโครงสร้าง มากขึ้น เช่น ถ้ามดลูกโต สงสัยเนื้องอกกล้ามเนื้อมดลูก (Leiomyoma)
- การควบคุมเลือด ทำได้ทั้ง ฮอร์โมนบำบัด หรือ ขูดมดลูก (ถ้าจำเป็น)
- กรณีไม่ตกไข่ (Anovulation) หรือ PCOS:
- รักษาด้วย ยาเม็ดคุมกำเนิด หรือ Progestin เป็นรอบ ๆ หรือ
- ชักนำให้ตกไข่ (เช่น Clomiphene citrate) ถ้าผู้ป่วยต้องการมีบุตร
- ทบทวนการรักษา ถ้าอาการไม่ดีขึ้น อาจต้องตรวจเพิ่มเติม เช่น Hysteroscopy, SIS
1.3 AUB ในวัยใกล้หมดระดู / หลังหมดระดู (Peri-/Postmenopause)
- คัดกรองมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก (Endometrial carcinoma) เป็นอันดับแรก
- Endometrial sampling / Endometrial Biopsy หรือขูดมดลูก (D&C)
- ประเมิน Ultrasound ดูความหนาเยื่อบุโพรงมดลูก (<4–5 มม. ถือว่าบาง)
- ถ้าเยื่อบุหนา และสงสัย Hyperplasia หรือ Atypical hyperplasia: พิจารณาตัดมดลูกพร้อมรังไข่ (Hysterectomy + BSO) เพราะเสี่ยงมะเร็งสูง
- ถ้าไม่พบพยาธิสภาพ → รักษาด้วยฮอร์โมน หรือยาอื่น ๆ เพื่อห้ามเลือดได้
2. การรักษาเฉพาะสำหรับ AUB ไม่มีโครงสร้างผิดปกติเด่นชัด
(เน้น AUB-O, AUB-E)
2.1 หลักการรักษา AUB-O / AUB-E
- ให้ความรู้และกำลังใจ: ถ้าเลือดออกไม่รุนแรง อาจไม่จำเป็นต้องรักษาเชิงรุกมาก
- หยุดเลือด (Acute Management)
- Hormonal therapy เป็นทางเลือกแรก (เช่น High-dose Estrogen, Combined Oral Contraceptive, Progestin)
- ถ้ารุนแรง/ไม่ตอบสนอง → พิจารณาขูดมดลูกเพื่อห้ามเลือด
- ในกรณีเร่งด่วนที่เลือดออกมาก อาจใช้ Balloon Tamponade (Foley catheter 26 F) ช่วยก่อน
- ประคับประคอง
- ให้เลือดทดแทนถ้าซีดมาก
- ให้ธาตุเหล็กเสริม
- ป้องกันการกลับเป็นซ้ำ
- คุมประจำเดือนด้วย ยาเม็ดคุมกำเนิด หรือ Progestin เป็นรอบ ๆ 3–6 เดือน
- ตรวจติดตามภาวะไม่ตกไข่เรื้อรัง (เช่น PCOS)
2.2 การรักษาด้วยยา (Medical Management)
| ยา | ขนาด/วิธีใช้ | ข้อควรระวัง |
|---|---|---|
| Conjugated Equine Estrogen | 25 มก. IV q 4-6 ชม. (กรณีเลือดออกมาก) | ระวังในผู้ป่วยมีประวัติ DVT, โรคตับ, โรคหลอดเลือดหัวใจ |
| Combined Oral Contraceptives | มี ethinyl estradiol ≥35 ไมโครกรัม (Monophasic) | ระวังในผู้สูบบุหรี่อายุ >35 ปี, ประวัติ DVT, มะเร็งเต้านม |
| Medroxyprogesterone (MPA) | 20 มก. 1 เม็ด วันละ 3 ครั้ง x 7 วัน (ห้ามเลือด) | ระวังในประวัติ DVT, Stroke, มะเร็งเต้านม, โรคตับ |
| Tranexamic Acid | 1.3 กรัม PO หรือ 10 มก./กก. IV ทุก 8 ชม. x 5 วัน | ระวังในผู้ป่วยมีประวัติลิ่มเลือดอุดตัน, หลีกเลี่ยงใช้ร่วมกับ COC |
| Progestin (เช่น MPA) | 10 มก. / วัน 10–14 วัน/เดือน | ในรายไม่มีเอสโตรเจนในร่างกาย ควรพิจารณาเสริมเอสโตรเจน |
| NSAIDs (Mefenamic acid) | 500 มก. PO 3 ครั้ง/วัน (ช่วงมีประจำเดือน) | ระวังผลข้างเคียงกระเพาะอาหาร, ไต |
| Levonorgestrel IUD (LNG-IUD) | ปล่อย LNG ~20 µg/วันในโพรงมดลูก (Mirena®) | ลดเลือดประจำเดือน >90% บางรายหยุดหมด ประโยชน์สูงใน HMB |
เป้าหมาย: หยุดเลือด, ควบคุมรอบเดือน, ป้องกันภาวะแทรกซ้อน (โลหิตจาง, มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก)
3. การรักษาด้วยหัตถการ (Procedural/Surgical Management)
สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการ เลือดออกผิดปกติจากโพรงมดลูก (AUB) และอาจต้องการรักษาด้วยการ ขูดมดลูก (D&C), Endometrial Ablation, หรือ การตัดมดลูก (Hysterectomy) จำเป็นต้องคำนึงถึงการแยกภาวะมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก (Endometrial cancer) ก่อน โดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีอายุมากกว่า 35 ปี หรือมีปัจจัยเสี่ยงอื่นร่วม
3.1. การประเมินและการวินิจฉัยก่อนทำหัตถการ
3.1.1 ควร “Rule Out Malignancy” ก่อน
- ในสตรีอายุมากกว่า 35 ปี ที่มี AUB ควรตรวจคัดกรองมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก เช่น
- Endometrial Sampling / Fractional Curettage (F&C)
- หรือ Endometrial Biopsy (Office-based)
- หากไม่ได้ประเมินเยื่อบุโพรงมดลูกก่อน แล้วผ่าตัดมดลูก (Hysterectomy) เลย อาจ กระทบการประเมินระยะโรค (Stage) ของมะเร็งได้
3.1.2 การตรวจเพิ่มเติม
- Transvaginal Ultrasound (TVUS): ดูความหนา endometrium
- Pap Smear หรือ HPV test สำหรับปากมดลูก
- CBC, Coagulation Profile ในกรณีต้องเตรียมผ่าตัด
3.2. การรักษาด้วยหัตถการ (Procedural/Surgical Management)
3.2.1 ขูดมดลูก (Dilatation and Curettage: D&C)
- จุดประสงค์
- ห้ามเลือดเฉียบพลัน: ในผู้ป่วยที่อายุมาก, เลือดออกมาก, หรือไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยยาฮอร์โมน
- วินิจฉัย (Diagnostic): เก็บชิ้นเนื้อ (Endometrial sampling) เพื่อค้นหามะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกหรือรอยโรคอื่น
- ข้อควรระวัง
- ควรทำ F&C หรือ Endometrial Biopsy ให้ครอบคลุมส่วน fundus, cornua, และปากมดลูก (endocervix) เพื่อได้ตัวอย่างที่ครบ
- ถ้ายังสงสัยภาวะมะเร็งแม้หลังทำ D&C แล้ว → อาจต้องส่องกล้อง (Hysteroscopy) เพิ่มเติม
3.2.2 Endometrial Ablation
- หลักการ
- ใช้พลังงานทำลายเยื่อบุโพรงมดลูก เช่น เลเซอร์ (Laser), Rollerball, Radiofrequency balloon
- สามารถลดปริมาณเลือดประจำเดือนลงได้ถึง 80–90%; บางรายไม่มีเลือดออกอีกเลย
- ข้อควรระวัง
- ก่อนทำ ablative procedure ควรแน่ใจว่าไม่มี มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก (Endometrial carcinoma) หรือ Atypical hyperplasia
- ระยะยาวหากเกิดเยื่อบุผิดปกติหรือมะเร็ง อาจวินิจฉัยได้ยากเพราะเยื่อบุถูกทำลายไปแล้ว
- เหมาะกับผู้ไม่ต้องการมีบุตรแล้ว
3.2.3 การตัดมดลูก (Hysterectomy)
- ข้อบ่งชี้
- ไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยยา (Medical management)
- มีพยาธิสภาพอื่นร่วม เช่น Leiomyoma, Atypical endometrial hyperplasia, หรือสงสัย Endometrial carcinoma
- ผู้ป่วยอายุมาก/มีบุตรพอแล้ว และต้องการรักษาแบบ “Definitive” เพื่อเลิกปัญหาเลือดออก
- ต้องทำ Endometrial Sampling ก่อน
- เพื่อแยกว่ามีมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกหรือไม่
- ถ้าเจอมะเร็ง ขั้นตอนผ่าตัดจะต้องวางแผนมากขึ้น (เช่น Total Hysterectomy + BSO + staging)
- ถ้าไม่ทำการตรวจนี้ก่อน ผ่าตัด Hysterectomy ทันที อาจทำให้ “Stage” ของโรคผิดไปหรือตกหล่นการวินิจฉัยมะเร็งขั้นละเอียด
3.3. แนวทางการตัดสินใจ
- ประเมินผู้ป่วย: อายุมาก-น้อย, ภาวะแทรกซ้อน, ความต้องการมีบุตร
- คัดกรองมะเร็ง: ในกลุ่มเสี่ยง (≥ 35 ปี หรือมีปัจจัยเสี่ยงเช่น อ้วนมาก, PCOS, ไม่ตกไข่นาน ฯลฯ)
- เลือกวิธีรักษา: ตามความเหมาะสม
- D&C ช่วยทั้งห้ามเลือดและวินิจฉัย
- Endometrial Ablation ใช้กรณีต้องการรักษาเลือดออกในผู้ป่วยไม่ต้องการมีบุตร แต่ต้องแน่ใจไม่ใช่มะเร็ง
- Hysterectomy เป็นทางเลือกสุดท้าย หากยารักษาไม่ได้ผลหรือมีโรคร่วม (เช่น มะเร็ง, Hyperplasia รุนแรง)
3.4. สรุปข้อควรระวัง: “Rule Out Malignancy”
- อย่าลืม ตรวจหาหลักฐานของมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกก่อนทำหัตถการใด ๆ โดยเฉพาะ Hysterectomy
- ผู้ป่วย อายุมากกว่า 35 ปี ที่มี AUB ควรทำ Endometrial Sampling ทุกราย (F&C, Biopsy)
- ถ้าพบมะเร็งระยะแฝง การผ่าตัดอย่างเหมาะสมจะเปลี่ยนแนวทางการวางแผน (เช่น ต้องตัดรังไข่และต่อมน้ำเหลืองร่วมด้วยหรือไม่)
สรุปแนวทาง (Key Takeaways)
- แยกกลุ่มวัย: วัยรุ่น, วัยเจริญพันธุ์, วัยใกล้หมดประจำเดือน เพื่อโฟกัสสาเหตุเด่นแต่ละช่วง
- เน้นการรักษาด้วยยา เป็นหลักก่อน
- High-dose Estrogen ในกรณีเลือดออกมาก
- Oral Contraceptives หรือ Progestin เพื่อควบคุมรอบเดือน
- Tranexamic acid / NSAIDs เป็นตัวเลือกเสริมลดเลือดออก
- พิจารณาแทรกแซงผ่าตัด (ขูดมดลูก, Ablation, Hysterectomy) เฉพาะกรณีจำเป็น เช่น เลือดไม่หยุดแม้ได้รับยา หรือสงสัยรอยโรคร้ายแรง
- เฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อน: เช็คภาวะโลหิตจาง, ภาวะไม่ตกไข่เรื้อรัง (PCOS), ความเสี่ยงมะเร็ง
- ให้คำแนะนำผู้ป่วย และติดตามผลการรักษาอย่างสม่ำเสมอ
ข้อสรุป: การรักษา AUB เน้นการหยุดหรือควบคุมเลือดออก, รักษาสาเหตุเบื้องต้น (ถ้ามี), และป้องกันการกลับเป็นซ้ำ โดยการประเมินผู้ป่วยอย่างรอบด้าน ทั้งประวัติ, ตรวจร่างกาย, ผลแล็บ-ภาพวินิจฉัย และอายุผู้ป่วย ประกอบกับความต้องการด้านอนามัยเจริญพันธุ์ของผู้ป่วย.
Advice in Gynecology: Abnormal Uterine Bleeding (AUB) (Part 5)
1. คำแนะนำทั่วไป (General Advice)
- ปฏิบัติตามแผนการรักษาของแพทย์อย่างเคร่งครัด
- รับประทานยาตามสั่ง ไม่ว่าจะเป็น ยาเม็ดคุมกำเนิด, โปรเจสติน, หรือ ยาอื่น ๆ ควรทานสม่ำเสมอ ตรงเวลา
- หากขาดยา อาจทำให้ความสมดุลของฮอร์โมนแกว่ง และเลือดกลับมาออกมากอีก
- เฝ้าระวังอาการผิดปกติ
- ถ้ามี เลือดออกมากผิดปกติ จนรู้สึกอ่อนเพลียมาก, หน้ามืด, วูบ หรือชีพจรเต้นเร็ว ควรมาโรงพยาบาลโดยเร็ว
- อาการ ปวด บวม แดง ร้อน บริเวณที่ทำหัตถการ (เช่น หลังขูดมดลูก, หลังผ่าตัด) หรือมี ไข้ อาจบ่งบอกการติดเชื้อ
- ป้องกันภาวะแทรกซ้อน
- ภาวะเลือดออกเรื้อรังอาจนำไปสู่ โลหิตจาง ควรทานอาหารเสริมธาตุเหล็ก หรืออาหารที่มีธาตุเหล็กสูง (ตับ, เนื้อแดง, ผักใบเขียว) ตามคำแนะนำของแพทย์
- ระวังไม่ให้เยื่อบุโพรงมดลูกหนามากเกินไป (ในรายที่ไข่ไม่ตกเรื้อรัง) โดยการรักษาด้วยยาฮอร์โมน หรือการติดตามอัลตราซาวด์ตามนัด
- ติดตามการรักษาอย่างสม่ำเสมอ
- พบแพทย์ตามนัดเพื่อตรวจซ้ำ ประเมินความหนาเยื่อบุโพรงมดลูก หรือเจาะเลือดติดตามภาวะโลหิตจาง
- หยุดยาเองหรือเปลี่ยนยาควบคุมฮอร์โมนเองอาจทำให้เลือดออกผิดปกติอีก
- ดูแลสุขภาพกายและใจ
- พักผ่อนเพียงพอ ดื่มน้ำมาก ๆ
- ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ควบคุมน้ำหนัก โดยเฉพาะผู้ป่วยที่อ้วนหรือมีภาวะ PCOS (ช่วยให้ไข่ตกสม่ำเสมอขึ้น)
- หลีกเลี่ยงความเครียดหรือพฤติกรรมเสี่ยง เช่น สูบบุหรี่
2. คำแนะนำตามสาเหตุ (PALM–COEIN)
แม้ว่าบางครั้งผู้ป่วยอาจไม่รู้แน่ชัดว่า AUB ของตนอยู่ในหมวดใด แต่อาจมีคำแนะนำเฉพาะสำหรับปัจจัยบางอย่าง
2.1 P – Polyp (ติ่งเนื้อเยื่อบุโพรงมดลูก)
- หากได้รับการผ่าตัดส่องกล้อง (Hysteroscopic polypectomy):
- พักผ่อนหลังผ่าตัด 1–2 วัน
- งดมีเพศสัมพันธ์หรืองานหนัก 1–2 สัปดาห์ (ตามคำแนะนำแพทย์)
- สังเกตอาการตกขาว กลิ่นเหม็น หรือมีไข้ ควรมาพบแพทย์
2.2 A – Adenomyosis
- มดลูกอาจโตและปวดท้องประจำเดือนมาก
- มักใช้ยาแก้ปวด (NSAIDs) ร่วมกับการคุมกำเนิด (ยาเม็ดคุมกำเนิดหรือ LNG-IUD)
- หากมีอาการปวดรุนแรง/เลือดออกมาก → ติดตามอัลตราซาวด์ตามนัด
2.3 L – Leiomyoma (Fibroid)
- หากมีก้อนเนื้องอกในมดลูก ควรสังเกตอาการปวดท้องน้อย กดเจ็บ หรือเลือดออกมาก
- รักษาด้วยยา (GnRH agonist, Tranexamic acid ฯลฯ) หรือผ่าตัด (Myomectomy, Hysterectomy)
- หลังการผ่าตัด ควรพักผ่อนตามระยะเวลาที่แพทย์กำหนด
2.4 M – Malignancy / Hyperplasia
- ถ้าตรวจพบ Hyperplasia หรือมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก
- ปฏิบัติตามแผนรักษาอย่างเคร่งครัด (เช่น ผ่าตัดมดลูก, ฉายแสง ฯลฯ)
- ตรวจติดตามสม่ำเสมอ เพราะมีโอกาสกลับเป็นซ้ำ
2.5 C – Coagulopathy (เลือดออกง่าย/แข็งตัวผิดปกติ)
- หากเป็น von Willebrand disease หรือมีความผิดปกติในการแข็งตัวของเลือด
- แจ้งแพทย์เมื่อมีแผลหรือทำหัตถการใด ๆ เพราะอาจเลือดออกมาก
- ปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของแพทย์ด้านโลหิตวิทยา (Hematologist)
- หลีกเลี่ยงยาที่ทำให้เลือดออกง่ายขึ้น เช่น ยากลุ่ม NSAIDs บางชนิด โดยไม่ปรึกษาแพทย์
2.6 O – Ovulatory disorders (ไม่ตกไข่)
- รักษาด้วยการคุมรอบเดือน เช่น ยาเม็ดคุมกำเนิด หรือ Progestin เป็นระยะ
- ถ้าผู้ป่วยมี PCOS → ควบคุมน้ำหนัก, ออกกำลังกาย, อาจต้องกินยากระตุ้นไข่ตกถ้าต้องการตั้งครรภ์
- ติดตามภาวะขนดก, สิว, น้ำหนักตัว
2.7 E – Endometrial (ความผิดปกติในเยื่อบุโพรงมดลูก)
- อาจได้รับการประเมินเพิ่มเติมด้วยการส่องกล้อง (Hysteroscopy)
- มักรักษาด้วยยาแก้ปวด, ยาคุมกำเนิด, Progestin หรือ Tranexamic acid
- หมั่นสังเกตว่าเลือดออกลดลงหรือไม่
2.8 I – Iatrogenic (ผลข้างเคียงจากยา/หัตถการ)
- แจ้งแพทย์ถ้าใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด หรือยาคุมบางชนิด
- ถ้าใช้ IUD แล้วมีเลือดออกมาก ควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจติดตาม
2.9 N – Not yet classified
- อาจต้องติดตามอาการยาวนานขึ้นหรือตรวจเพิ่มเติมเป็นระยะ
- หากเลือดไม่หยุดหรือมีอาการรุนแรงขึ้นต้องรีบแจ้งแพทย์
3. เมื่อไหร่ควรรีบกลับมาพบแพทย์
- เลือดออกมากผิดปกติ จนต้องเปลี่ยนผ้าอนามัยบ่อยทุก 1–2 ชั่วโมงต่อเนื่องหลายชั่วโมง
- มีอาการ อ่อนเพลีย วูบ หน้ามืด สงสัยภาวะเสียเลือดมาก
- ปวด บวม แดง ร้อน หรือมีกลิ่นเหม็น ร่วมกับมีไข้สูง หลังทำหัตถการ เช่น ขูดมดลูก ผ่าตัดมดลูก
- เลือดออกไม่หยุดหรือกลับมาออกซ้ำ แม้ทานยาต่อเนื่อง
4. การดูแลสุขภาพระยะยาว
- ควบคุมปัจจัยเสี่ยง:
- ควบคุมน้ำหนัก (ผู้ป่วยอ้วนเสี่ยงต่อภาวะไม่ตกไข่/PCOS)
- เลี่ยงบุหรี่ แอลกอฮอล์
- ออกกำลังกาย:
- ช่วยปรับสมดุลฮอร์โมนและลดความเครียด
- ติดตามนัดสม่ำเสมอ:
- การประเมินเยื่อบุโพรงมดลูกอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผู้มีภาวะเสี่ยงมะเร็ง
- เตรียมอนามัยเจริญพันธุ์:
- ถ้าวางแผนมีบุตร ให้แจ้งแพทย์ เพื่อปรับฮอร์โมนหรือชักนำไข่ตกตามโปรแกรม
สรุป (Conclusion)
Abnormal Uterine Bleeding (AUB) ส่วนใหญ่เกิดจากความไม่สมดุลของฮอร์โมน (เช่น ไข่ไม่ตก) หรือสาเหตุโครงสร้างในมดลูก การดูแลหลักคือ ทานยาฮอร์โมนให้ครบ, ปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของแพทย์, ควบคุมปัจจัยเสี่ยง (ควบคุมน้ำหนัก, ออกกำลังกาย) และ ติดตามการรักษา อย่างสม่ำเสมอ หากมีอาการรุนแรงควรกลับมาพบแพทย์ทันที.
Key Advice:
- ทานยาตามที่แพทย์สั่ง สม่ำเสมอ
- สังเกตอาการเลือดออกมากผิดปกติหรือภาวะซีดเฉียบพลัน
- ตรวจติดตาม/ทำอัลตราซาวด์ตามแพทย์นัดเพื่อป้องกันเยื่อบุโพรงมดลูกหนามากผิดปกติ หรือพยาธิสภาพซ่อนเร้น
- เลือกวิธีคุมกำเนิดที่เหมาะกับสาเหตุและสุขภาพ เพื่อจัดการ AUB ได้อย่างปลอดภัย
ถ้าทำสุดความสามารถแล้ว ก็คงเหลือแต่โชคที่พึ่งได้ ข้อให้โชคดีกับการสอบ