ทำไม Regression จึงใช้ Wald Test และ P-value ของตัวแปรหมายความว่าอะไร

Clinical Epidemiology ResearchData Analytics or Statistics
On this page

บทนำ

เวลานักวิจัยอ่านผลลัพธ์จาก regression model เช่น logistic regression หรือ Cox regression เรามักจะเห็นตารางแบบนี้

คำถามที่มักเกิดขึ้นคือ

P-value เหล่านี้มาจากอะไร และมันหมายความว่าเรากำลัง "ทดสอบตัวแปรทีละตัวโดยไม่สนใจตัวอื่นหรือไม่"

คำตอบคือ ไม่ใช่

P-value เหล่านี้มาจาก Wald test ซึ่งเป็นการทดสอบว่า ค่าสัมประสิทธิ์ (coefficient) ของตัวแปรในสมการ regression แตกต่างจากศูนย์หรือไม่ หลังจากที่โมเดลได้ปรับตัวแปรอื่นทั้งหมดแล้ว


โครงสร้างพื้นฐานของ Regression Model

สมมติเราศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการสูบบุหรี่กับมะเร็งปอด โดยใช้ logistic regression

logit(P(Y=1))=β0+β1Smoking+β2Age+β3Sex

โดยที่

  • Y = การเกิดมะเร็งปอด
  • Smoking = สูบบุหรี่
  • Age = อายุ
  • Sex = เพศ

เมื่อ software ทำการประมาณค่า (estimation) โมเดลนี้ มันจะ คำนวณค่า β ทุกตัวพร้อมกัน

กล่าวคือ

β1^,β2^,β3^

ถูกคำนวณจาก สมการเดียวกัน

ดังนั้น

β1^

ไม่ได้หมายถึง

ผลของ smoking ต่อ outcome แบบดิบ

แต่หมายถึง

ผลของ smoking ต่อ outcome หลังจากปรับ age และ sex แล้ว

นี่คือสิ่งที่เรียกว่า adjusted effect


Wald Test คืออะไร

หลังจากโมเดลประมาณค่า coefficient แล้ว เราต้องการทดสอบสมมติฐานว่า

H0:β=0

กล่าวคือ

ตัวแปรนี้ไม่มีผลต่อ outcome

Wald test ใช้สูตร

W=β^SE(β^)

โดยที่

  • β^ = ค่าสัมประสิทธิ์ที่ประมาณได้
  • SE = standard error

ค่าที่ได้จะถูกนำไปคำนวณ p-value

ซึ่งบอกว่า

หลักฐานทางสถิติมีมากพอที่จะปฏิเสธสมมติฐานว่า coefficient = 0 หรือไม่


การตีความ P-value ใน Regression

ถ้าในตาราง regression เราเห็น

ความหมายที่ถูกต้องคือ

หลังจากปรับ age และ sex แล้ว การสูบบุหรี่ยังมีความสัมพันธ์กับมะเร็งปอดอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ

ดังนั้น Wald test ไม่ได้ทดสอบ

Smoking vs outcome

แต่ทดสอบ

Smoking vs outcome | age, sex

เครื่องหมาย | หมายถึง conditional on หรือ "ภายใต้เงื่อนไขว่าตัวแปรอื่นอยู่ในโมเดล"


Wald Test ทดสอบตัวแปรทีละตัวหรือทั้งหมด

โดยทั่วไป software จะรายงาน

partial Wald test

ซึ่งทดสอบสมมติฐาน

H0:β1=0
H0:β2=0
H0:β3=0

แยกกันทีละตัว

แต่ในบางกรณีเราสามารถทดสอบหลายตัวพร้อมกันได้ เช่น

H0:β2=β3=0

ซึ่งเรียกว่า joint Wald test


Wald Test ต่างจาก t-test และ Chi-square test อย่างไร

t-test และ Chi-square test มักใช้ในสถานการณ์ที่ง่ายกว่า เช่น

แต่เมื่อเราใช้ regression model

เรากำลังประมาณค่า พารามิเตอร์ของสมการ

ดังนั้นจึงใช้

Wald test

เพื่อทดสอบ coefficient ของสมการ


ความจริงที่น่าสนใจ: หลาย Test เป็นเพียงกรณีพิเศษของ Regression

ในทางคณิตศาสตร์

หลาย test ที่เราคุ้นเคยสามารถเขียนเป็น regression ได้ เช่น

t-test

เทียบเท่ากับ

Y=β0+β1Group

Chi-square test

เทียบเท่ากับ

logit(P(Y))=β0+β1Group

ดังนั้นใน regression

Wald test จึงกลายเป็นเครื่องมือมาตรฐานในการทดสอบ coefficient


ข้อควรระวังในการใช้ Wald Test

แม้ Wald test จะถูกใช้บ่อยมาก แต่ก็มีข้อจำกัด เช่น

  • sample size เล็ก
  • coefficient ใหญ่มาก
  • ข้อมูล sparse

ในสถานการณ์เหล่านี้ นักสถิติบางคนแนะนำให้ใช้

Likelihood Ratio Test (LRT)

ซึ่งมีความเสถียรกว่า


สรุป

Wald test เป็นเครื่องมือทางสถิติที่ใช้ทดสอบว่า ค่าสัมประสิทธิ์ของตัวแปรใน regression model แตกต่างจากศูนย์หรือไม่

จุดสำคัญคือ

  • regression จะ ประมาณค่าตัวแปรทั้งหมดพร้อมกัน
  • Wald test จะทดสอบ effect ของตัวแปรหนึ่งหลังจากปรับตัวแปรอื่นแล้ว
  • p-value ใน regression จึงเป็น conditional inference

ดังนั้นการตีความ P-value ของตัวแปรใน regression ไม่ได้หมายความว่าเรามองตัวแปรนั้นแบบแยกเดี่ยว แต่หมายถึง

ตัวแปรนั้นยังมีผลต่อ outcome หลังจากควบคุมตัวแปรอื่นในโมเดลแล้ว

0
ถึงนักอ่านชาวไทยและต่างชาติทำความเข้าใจบริบททางการแพทย์ของผมอ่านต่อ →ถึงนักอ่านชาวไทยและต่างชาติทำความเข้าใจเนื้อหาของผมที่นอกเหนือจากการแพทย์อ่านต่อ →

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกกันเลย

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น