Diacerein ในโรคข้อเข่าเสื่อม: กลไก หลักฐานทางคลินิก ประโยชน์ ความเสี่ยง และบทบาทในปัจจุบัน
- Mayta

- 1 วันที่ผ่านมา
- ยาว 3 นาที
บทคัดย่อ
โรคข้อเข่าเสื่อม (Knee Osteoarthritis; Knee OA) เป็นโรคข้อเสื่อมที่พบบ่อยที่สุดทั่วโลกและเป็นสาเหตุสำคัญของความพิการในผู้สูงอายุ ความผิดปกติของโรคไม่ได้เกิดจากการสึกหรอของกระดูกอ่อนเพียงอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับกระบวนการอักเสบระดับต่ำ (low-grade inflammation) ภายในข้อร่วมด้วย Diacerein เป็นยากลุ่ม Symptomatic Slow-Acting Drug for Osteoarthritis (SYSADOA) ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อยับยั้งการทำงานของ interleukin-1 beta (IL-1β) ซึ่งเป็น cytokine สำคัญที่เกี่ยวข้องกับการสลายตัวของกระดูกอ่อนและการดำเนินโรคของ OA แม้ว่าจะมีกลไกทางชีววิทยาที่น่าสนใจและผลการศึกษาในระยะแรกที่สนับสนุนประสิทธิภาพของยา แต่หลักฐานทางคลินิกในปัจจุบันยังมีความขัดแย้ง บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อทบทวนกลไกการออกฤทธิ์ เภสัชวิทยา หลักฐานทางคลินิก ความปลอดภัย และบทบาทของ Diacerein ในการรักษาโรคข้อเข่าเสื่อมในปัจจุบัน

บทนำ
โรคข้อเข่าเสื่อมเป็นโรคข้อเรื้อรังที่มีลักษณะสำคัญคือการเสื่อมสภาพของกระดูกอ่อนผิวข้อ การเปลี่ยนแปลงของกระดูกใต้ผิวข้อ (subchondral bone remodeling) การอักเสบของเยื่อบุข้อ (synovitis) และการสูญเสียการทำงานของข้ออย่างต่อเนื่อง
ในอดีต OA ถูกมองว่าเป็นโรคที่เกิดจากการสึกหรอของข้อ (wear-and-tear disease) แต่ปัจจุบันมีหลักฐานสนับสนุนว่า cytokines และ inflammatory mediators มีบทบาทสำคัญต่อการดำเนินโรค โดยเฉพาะ IL-1β ซึ่งกระตุ้นการสลาย extracellular matrix ของกระดูกอ่อน ทำให้เกิดการเสื่อมของข้ออย่างต่อเนื่อง
Diacerein ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อลดการอักเสบผ่านการยับยั้ง IL-1β และได้รับการใช้ในหลายประเทศเพื่อบรรเทาอาการของโรคข้อเสื่อม โดยคาดหวังว่านอกจากลดอาการปวดแล้ว อาจช่วยชะลอการเสื่อมของข้อได้อีกด้วย
เภสัชวิทยาของ Diacerein
การจัดกลุ่มยา
Diacerein จัดอยู่ในกลุ่ม
Symptomatic Slow-Acting Drug for Osteoarthritis (SYSADOA)
ซึ่งเป็นกลุ่มยาที่ออกฤทธิ์ช้าและมีเป้าหมายเพื่อควบคุมอาการในระยะยาว
ตัวอย่างยาในกลุ่มเดียวกัน ได้แก่
Glucosamine sulfate
Chondroitin sulfate
Avocado Soybean Unsaponifiables (ASU)
แตกต่างจาก NSAIDs ตรงที่
ออกฤทธิ์ช้า
ต้องใช้ต่อเนื่องหลายสัปดาห์
อาจมีผลคงอยู่หลังหยุดยา
มีความหวังในการชะลอการดำเนินโรค
กลไกการออกฤทธิ์
การเปลี่ยนเป็นสารออกฤทธิ์ Rhein
หลังรับประทาน Diacerein จะถูกเปลี่ยนเป็น metabolite ที่ออกฤทธิ์คือ
Rhein
ซึ่งเป็นสารที่รับผิดชอบต่อฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาส่วนใหญ่ของยา
การยับยั้ง IL-1β

IL-1β เป็น cytokine หลักที่มีบทบาทในการทำลายกระดูกอ่อนข้อ
เมื่อ IL-1β เพิ่มขึ้นจะส่งผลให้
เพิ่ม Matrix Metalloproteinases (MMPs)
เพิ่มการสลาย collagen
ลดการสร้าง proteoglycan
กระตุ้นการอักเสบของเยื่อบุข้อ
เร่งการเสื่อมของข้อ
Diacerein สามารถ
ลดการสร้าง IL-1β
อาจลดการส่งสัญญาณผ่าน IL-1 receptor
ลดการหลั่ง cytokines อื่น ๆ ที่ก่อการอักเสบ
ฤทธิ์ต้าน IL-1 เหล่านี้ได้รับการแสดงให้เห็นในเนื้อเยื่อ synovium และ cartilage ของผู้ป่วยข้อเสื่อมในห้องปฏิบัติการ[2]
ผลต่อกระดูกอ่อนข้อ

การศึกษาในห้องปฏิบัติการพบว่า Diacerein อาจช่วย
ลดการสลายกระดูกอ่อน
โดยลดการสร้าง
MMP-1
MMP-3
MMP-13
ซึ่งเป็นเอนไซม์สำคัญที่ทำลาย cartilage matrix
ส่งเสริมการซ่อมแซมกระดูกอ่อน
ผ่านการเพิ่ม
Transforming Growth Factor-beta (TGF-β)
Extracellular matrix synthesis
Chondrocyte survival
ผลต่อเยื่อบุข้อ
Diacerein มีฤทธิ์
ลด synovial inflammation
ลด cytokine production
ลด inflammatory cell infiltration
ซึ่งอาจช่วยลดอาการปวดและการดำเนินโรคในระยะยาว
เภสัชจลนศาสตร์

การดูดซึม
ดูดซึมได้ดีทางปาก
ควรรับประทานพร้อมอาหารเพื่อเพิ่มการดูดซึม
การเปลี่ยนแปลงยา
ถูก metabolized ที่ตับ
เปลี่ยนเป็น Rhein
การกำจัดยา
ขับออกทางไตเป็นหลัก
จึงควรระมัดระวังในผู้ป่วย
โรคไตเรื้อรัง
ผู้สูงอายุ
ลักษณะทางเภสัชจลนศาสตร์ของ Diacerein และสารออกฤทธิ์ Rhein ได้รับการศึกษาไว้อย่างละเอียด[3]
ประสิทธิผลทางคลินิกในโรคข้อเข่าเสื่อม
การลดอาการปวด
งานวิจัยแบบ Randomized Controlled Trials หลายฉบับรายงานว่า Diacerein สามารถ
ลดอาการปวดข้อ
ลด WOMAC Pain Score
ลดการใช้ยาแก้ปวดร่วม
อย่างไรก็ตาม ขนาดของผลลัพธ์ (effect size) อยู่ในระดับเล็กถึงปานกลาง[1]
การเพิ่มสมรรถภาพการทำงานของข้อ
ผู้ป่วยบางรายมีการดีขึ้นของ
Walking distance
Physical function score
Stair climbing ability
แต่ผลลัพธ์ยังไม่สม่ำเสมอระหว่างการศึกษา
ผลต่อโครงสร้างข้อ

จุดเด่นสำคัญของ Diacerein คือความเป็นไปได้ในการชะลอการเสื่อมของข้อ
การศึกษาบางฉบับพบว่า
Joint-space narrowing ลดลง
Cartilage loss ลดลง
อย่างไรก็ตาม หลักฐานยังไม่เพียงพอที่จะจัดให้เป็น
Disease-Modifying Osteoarthritis Drug (DMOAD)
จึงยังคงจัดเป็น SYSADOA เท่านั้น
หลักฐานทางคลินิกล่าสุด

การศึกษาแบบ multicenter, double-blind, randomized placebo-controlled trial ที่ตีพิมพ์ในวารสาร JAMA Internal Medicine ปี 2026 (ผู้ป่วย 262 ราย ติดตาม 24 สัปดาห์) ประเมิน Diacerein ในผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อมที่มีอาการและตรวจพบ effusion-synovitis จาก MRI ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีการอักเสบเด่นชัด อันเป็นกลุ่มที่คาดว่าการยับยั้ง IL-1β น่าจะได้ผลมากที่สุด รายงานว่า[6]
Diacerein ไม่สามารถลดอาการปวดข้อเข่าได้ดีกว่า placebo อย่างมีนัยสำคัญทางคลินิก
ไม่พบความเหนือกว่าเมื่อเทียบกับ placebo
ไม่พบการดีขึ้นของการทำงานของข้อหรือการอักเสบในข้อ
เกิดอาการท้องเสียและอาการไม่พึงประสงค์ทางระบบทางเดินอาหารสูงกว่า placebo
ความแตกต่างของอาการปวดเข่าระหว่างสองกลุ่มมีเพียง −1.3 มม. บนมาตรวัด 100 มม. (95% CI, −9.8 ถึง 7.3) ซึ่งต่ำกว่าระดับที่มีความหมายทางคลินิกอย่างมาก ขณะที่อาการท้องเสียพบบ่อยกว่าในกลุ่ม Diacerein อย่างชัดเจน (38.6% เทียบกับ 22.3% ในกลุ่ม placebo) เนื่องจากการศึกษานี้คัดเลือกผู้ป่วยที่มีการอักเสบเด่นชัดแล้วยังไม่พบประโยชน์ จึงเป็นหลักฐานสนับสนุนอย่างหนักแน่นว่าฤทธิ์ลดปวดของ Diacerein นั้นน้อยมากและไม่น่าคุ้มกับความเสี่ยงผลข้างเคียงในผู้ป่วยส่วนใหญ่ ผลการศึกษานี้ทำให้เกิดข้อสงสัยต่อบทบาทของ Diacerein ในการรักษา OA เป็นวงกว้าง[6]
ความปลอดภัยของยา
อาการไม่พึงประสงค์ทางระบบทางเดินอาหาร
อาการที่พบบ่อยที่สุดคือ
ท้องเสีย (Diarrhea)

พบได้ประมาณ 20–50%
ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น
ขาดน้ำ
ความผิดปกติของเกลือแร่
หยุดยาเนื่องจากทนผลข้างเคียงไม่ได้
ถือเป็นข้อจำกัดสำคัญที่สุดของยา[1]
พิษต่อตับ
รายงานบางส่วนพบ
Elevated liver enzymes
Drug-induced liver injury
เนื่องจากมีรายงานการบาดเจ็บของตับรุนแรง (รวมถึงรายที่เสียชีวิตจากตับวายเฉียบพลัน) European Medicines Agency (ปี 2014) จึงห้ามใช้ Diacerein ในผู้ป่วยที่เป็นหรือเคยเป็นโรคตับ ก่อนเริ่มยาควรซักประวัติและตรวจคัดกรองโรคตับ และควรติดตามค่าเอนไซม์ตับ (LFTs) ระหว่างใช้ยา หากมีอาการของตับผิดปกติ (เช่น ตัวเหลืองตาเหลือง ปัสสาวะสีเข้มร่วมกับอ่อนเพลีย ปวดท้อง) ให้หยุดยาทันที และหลีกเลี่ยงการใช้ร่วมกับยาที่เป็นพิษต่อตับ[5]
ปัสสาวะสีเข้ม
ผู้ป่วยจำนวนหนึ่งอาจมี
ปัสสาวะสีเหลืองเข้ม
สีน้ำตาลเข้ม
เกิดจากการขับ Rhein และ metabolite กลุ่ม anthraquinone ออกทางไต (เป็นเม็ดสีที่ไม่เป็นอันตราย) และมักไม่ก่อปัญหา อย่างไรก็ตาม หากปัสสาวะสีเข้มร่วมกับอ่อนเพลีย ตาเหลืองตัวเหลือง หรือปวดท้อง ไม่ถือว่าปกติ ให้หยุดยาและพบแพทย์
สถานะการขึ้นทะเบียนยาและการใช้นอกข้อบ่งชี้ (Off-Label)

สถานะการขึ้นทะเบียนของ Diacerein แตกต่างกันมากในแต่ละภูมิภาค ในสหภาพยุโรป การทบทวนความปลอดภัยปี 2014 โดยคณะกรรมการ PRAC ของ EMA มีมติให้คง Diacerein ไว้ในตลาดแต่กำหนดข้อจำกัด ได้แก่ ให้เริ่มยาที่ขนาดครึ่งหนึ่งของเดิม (50 มก./วัน) ไม่แนะนำให้ใช้ในผู้ป่วยอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป ห้ามใช้ในผู้ป่วยโรคตับหรือมีประวัติโรคตับ และให้หยุดยาทันทีหากเกิดอาการท้องเสีย[5] ส่วนในสหรัฐอเมริกา Diacerein ไม่ได้รับการรับรองจาก FDA และไม่มีจำหน่าย การใช้ในสหรัฐฯ จึงถือเป็นการใช้นอกข้อบ่งชี้ (off-label) อย่างไรก็ตามยานี้ได้รับการขึ้นทะเบียนสำหรับโรคข้อเสื่อมในหลายประเทศในเอเชีย ยุโรป และละตินอเมริกา ผู้อ่านควรปฏิบัติตามฉลากยาและระเบียบการสั่งจ่ายยาของแต่ละประเทศ
ข้อห้ามใช้
ข้อห้ามใช้เด็ดขาด
แพ้ยา Diacerein
ผู้ที่เป็นหรือเคยเป็นโรคตับ (ตาม EMA ปี 2014 ถือเป็นข้อห้ามใช้ ไม่ใช่แค่ปรับขนาดยา)
ควรหลีกเลี่ยง
ผู้สูงอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป (EMA ปี 2014 ไม่แนะนำให้ใช้ในกลุ่มนี้ เนื่องจากเสี่ยงท้องเสียรุนแรงและภาวะขาดน้ำ)
ผู้ป่วยท้องเสียเรื้อรัง
Inflammatory bowel disease
Chronic kidney disease ระยะรุนแรง
หญิงตั้งครรภ์
หญิงให้นมบุตร
ขนาดยาที่ใช้
Adult Dose
เริ่มต้น
Diacerein 50 mg รับประทานวันละ 1 ครั้ง พร้อมอาหาร เป็นเวลา 2–4 สัปดาห์
จากนั้นเพิ่มเป็น
Diacerein 50 mg รับประทานวันละ 2 ครั้ง
การค่อย ๆ เริ่มยาเช่นนี้ช่วยลดโอกาสเกิดอาการท้องเสีย หากเกิดอาการท้องเสียควรหยุดยา (ตามคำแนะนำของ EMA) และปรึกษาแพทย์ ขนาดยาข้างต้นเป็นเพียงข้อมูลอ้างอิงเท่านั้น Diacerein เป็นยาที่ต้องสั่งจ่ายโดยแพทย์ ควรเริ่มยา ปรับขนาด และติดตามอาการโดยแพทย์ ไม่ควรซื้อยามารับประทานเอง
เปรียบเทียบกับการรักษาอื่น
วิธีรักษา | ลดปวด | เริ่มออกฤทธิ์ | ชะลอโรค | ผลข้างเคียง |
Exercise | ปานกลาง | สัปดาห์ | ดี | ต่ำ |
Weight Loss | ปานกลาง | สัปดาห์-เดือน | ดี | ต่ำ |
Topical NSAIDs | ดี | วัน | ไม่มี | ต่ำ |
Oral NSAIDs | ดีมาก | วัน | ไม่มี | GI/CV risk |
Intra-articular Steroid | ดี | วัน | ไม่มี | ชั่วคราว |
Diacerein | เล็ก-ปานกลาง | 4–8 สัปดาห์ | อาจมี | ท้องเสีย |
Total Knee Arthroplasty | ดีมาก | หลังผ่าตัด | Definitive | Surgical risk |
แนวทางเวชปฏิบัติปัจจุบัน

American College of Rheumatology (ACR)
แนวทาง ACR/Arthritis Foundation ปี 2019 ไม่ได้สนับสนุนให้ใช้ Diacerein เป็นการรักษาหลักของโรคข้อเข่าเสื่อม (ข้อสังเกต: Diacerein ไม่ได้จำหน่ายในสหรัฐอเมริกา จึงไม่ได้ถูกระบุเป็นคำแนะนำเฉพาะตัวที่ให้น้ำหนักหลักฐานแยกรายการในแนวทางของสหรัฐฯ โดยแนวทางนี้แนะนำอย่างหนักแน่นว่าไม่ควรใช้ Glucosamine และ Chondroitin ในกลุ่ม SYSADOA สำหรับข้อเข่าและข้อสะโพกเสื่อม) ทั้งนี้การทบทวนเปรียบเทียบแนวทางระดับสากลยืนยันว่า เมื่อมีการประเมิน Diacerein องค์กรหลักต่าง ๆ ไม่แนะนำให้ใช้เป็นการรักษาประจำ[4]
โดยให้ความสำคัญกับ
Exercise
Weight reduction
Topical NSAIDs
Oral NSAIDs
Intra-articular corticosteroid
Duloxetine ในผู้ป่วยบางราย
NICE Guideline
NICE ให้ความสำคัญกับ
Patient education
Exercise therapy
Weight management
NSAIDs
และไม่ได้แนะนำ Diacerein เป็นแนวทางมาตรฐาน[7]
ESCEO
ESCEO ยังคงมองว่า Diacerein อาจมีบทบาทในผู้ป่วยบางกลุ่มที่ไม่สามารถใช้ NSAIDs ได้ แต่ไม่ถือเป็น first-line therapy[8]
บทบาทในเวชปฏิบัติปัจจุบัน
ผู้ป่วยที่อาจพิจารณาใช้ Diacerein ได้แก่
Knee OA ระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง
ไม่สามารถใช้ NSAIDs ได้
ต้องการทางเลือกในการรักษาระยะยาว
ยอมรับผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้
อย่างไรก็ตาม ไม่ควรใช้แทน
Exercise therapy
Weight reduction
Evidence-based analgesics
ข้อสรุปสำคัญทางคลินิก
ข้อดี
✓ ออกฤทธิ์ที่กลไกการอักเสบที่เกี่ยวข้องกับ OA
✓ อาจมีฤทธิ์ปกป้องกระดูกอ่อน
✓ ไม่ก่อแผลในกระเพาะอาหารแบบ NSAIDs (แต่มีความเสี่ยงเฉพาะตัว คือท้องเสียบ่อยและพิษต่อตับ)
✓ อาจช่วยลดความจำเป็นในการใช้ยาแก้ปวด
ข้อเสีย
✗ ออกฤทธิ์ช้า
✗ ท้องเสียบ่อย
✗ ขนาดของประโยชน์ยังไม่แน่นอน
✗ หลักฐานด้านการชะลอการเสื่อมของข้อยังอ่อน
✗ ไม่ได้รับการแนะนำอย่างหนักแน่นจากแนวทางเวชปฏิบัติสากล
สรุป
Diacerein เป็นยาในกลุ่ม SYSADOA ที่ออกฤทธิ์โดยการยับยั้ง IL-1β ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการอักเสบและการเสื่อมของกระดูกอ่อนในโรคข้อเข่าเสื่อม แม้ว่ากลไกทางชีววิทยาจะสนับสนุนแนวคิดในการชะลอการดำเนินโรค แต่หลักฐานทางคลินิกล่าสุด รวมถึงการศึกษาแบบสุ่มในปี 2026 ที่คัดเลือกผู้ป่วยที่มีการอักเสบเด่นชัด ยังแสดงประสิทธิผลที่จำกัด และมีอัตราการเกิดอาการท้องเสียค่อนข้างสูง แนวทางเวชปฏิบัติสากลส่วนใหญ่จึงยังไม่แนะนำให้ใช้ Diacerein เป็นการรักษาหลักของ Knee OA โดยบทบาทของยานี้ควรจำกัดอยู่ในผู้ป่วยที่ได้รับการคัดเลือกอย่างเหมาะสม และอยู่ภายใต้การติดตามอาการไม่พึงประสงค์อย่างใกล้ชิด



ความคิดเห็น