← All posts

Diacerein ในโรคข้อเข่าเสื่อม: กลไก หลักฐานทางคลินิก ประโยชน์ ความเสี่ยง และบทบาทในปัจจุบัน

Uniqcret doctor knowledges THOrthopedics
Diacerein ในโรคข้อเข่าเสื่อม: กลไก หลักฐานทางคลินิก ประโยชน์ ความเสี่ยง และบทบาทในปัจจุบัน

บทคัดย่อ

โรคข้อเข่าเสื่อม (Knee Osteoarthritis; Knee OA) เป็นโรคข้อเสื่อมที่พบบ่อยที่สุดทั่วโลกและเป็นสาเหตุสำคัญของความพิการในผู้สูงอายุ ความผิดปกติของโรคไม่ได้เกิดจากการสึกหรอของกระดูกอ่อนเพียงอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับกระบวนการอักเสบระดับต่ำ (low-grade inflammation) ภายในข้อร่วมด้วย Diacerein เป็นยากลุ่ม Symptomatic Slow-Acting Drug for Osteoarthritis (SYSADOA) ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อยับยั้งการทำงานของ interleukin-1 beta (IL-1β) ซึ่งเป็น cytokine สำคัญที่เกี่ยวข้องกับการสลายตัวของกระดูกอ่อนและการดำเนินโรคของ OA แม้ว่าจะมีกลไกทางชีววิทยาที่น่าสนใจและผลการศึกษาในระยะแรกที่สนับสนุนประสิทธิภาพของยา แต่หลักฐานทางคลินิกในปัจจุบันยังมีความขัดแย้ง บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อทบทวนกลไกการออกฤทธิ์ เภสัชวิทยา หลักฐานทางคลินิก ความปลอดภัย และบทบาทของ Diacerein ในการรักษาโรคข้อเข่าเสื่อมในปัจจุบัน


บทนำ

โรคข้อเข่าเสื่อมเป็นโรคข้อเรื้อรังที่มีลักษณะสำคัญคือการเสื่อมสภาพของกระดูกอ่อนผิวข้อ การเปลี่ยนแปลงของกระดูกใต้ผิวข้อ (subchondral bone remodeling) การอักเสบของเยื่อบุข้อ (synovitis) และการสูญเสียการทำงานของข้ออย่างต่อเนื่อง

ในอดีต OA ถูกมองว่าเป็นโรคที่เกิดจากการสึกหรอของข้อ (wear-and-tear disease) แต่ปัจจุบันมีหลักฐานสนับสนุนว่า cytokines และ inflammatory mediators มีบทบาทสำคัญต่อการดำเนินโรค โดยเฉพาะ IL-1β ซึ่งกระตุ้นการสลาย extracellular matrix ของกระดูกอ่อน ทำให้เกิดการเสื่อมของข้ออย่างต่อเนื่อง

Diacerein ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อลดการอักเสบผ่านการยับยั้ง IL-1β และได้รับการใช้ในหลายประเทศเพื่อบรรเทาอาการของโรคข้อเสื่อม โดยคาดหวังว่านอกจากลดอาการปวดแล้ว อาจช่วยชะลอการเสื่อมของข้อได้อีกด้วย


เภสัชวิทยาของ Diacerein

การจัดกลุ่มยา

Diacerein จัดอยู่ในกลุ่ม

Symptomatic Slow-Acting Drug for Osteoarthritis (SYSADOA)

ซึ่งเป็นกลุ่มยาที่ออกฤทธิ์ช้าและมีเป้าหมายเพื่อควบคุมอาการในระยะยาว

ตัวอย่างยาในกลุ่มเดียวกัน ได้แก่

แตกต่างจาก NSAIDs ตรงที่


กลไกการออกฤทธิ์

การเปลี่ยนเป็นสารออกฤทธิ์ Rhein

หลังรับประทาน Diacerein จะถูกเปลี่ยนเป็น metabolite ที่ออกฤทธิ์คือ

Rhein

ซึ่งเป็นสารที่รับผิดชอบต่อฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาส่วนใหญ่ของยา


การยับยั้ง IL-1β

IL-1β เป็น cytokine หลักที่มีบทบาทในการทำลายกระดูกอ่อนข้อ

เมื่อ IL-1β เพิ่มขึ้นจะส่งผลให้

Diacerein สามารถ

ฤทธิ์ต้าน IL-1 เหล่านี้ได้รับการแสดงให้เห็นในเนื้อเยื่อ synovium และ cartilage ของผู้ป่วยข้อเสื่อมในห้องปฏิบัติการ[2]


ผลต่อกระดูกอ่อนข้อ

การศึกษาในห้องปฏิบัติการพบว่า Diacerein อาจช่วย

ลดการสลายกระดูกอ่อน

โดยลดการสร้าง

ซึ่งเป็นเอนไซม์สำคัญที่ทำลาย cartilage matrix

ส่งเสริมการซ่อมแซมกระดูกอ่อน

ผ่านการเพิ่ม


ผลต่อเยื่อบุข้อ

Diacerein มีฤทธิ์

ซึ่งอาจช่วยลดอาการปวดและการดำเนินโรคในระยะยาว


เภสัชจลนศาสตร์

การดูดซึม

การเปลี่ยนแปลงยา

การกำจัดยา

จึงควรระมัดระวังในผู้ป่วย

ลักษณะทางเภสัชจลนศาสตร์ของ Diacerein และสารออกฤทธิ์ Rhein ได้รับการศึกษาไว้อย่างละเอียด[3]


ประสิทธิผลทางคลินิกในโรคข้อเข่าเสื่อม

การลดอาการปวด

งานวิจัยแบบ Randomized Controlled Trials หลายฉบับรายงานว่า Diacerein สามารถ

อย่างไรก็ตาม ขนาดของผลลัพธ์ (effect size) อยู่ในระดับเล็กถึงปานกลาง[1]


การเพิ่มสมรรถภาพการทำงานของข้อ

ผู้ป่วยบางรายมีการดีขึ้นของ

แต่ผลลัพธ์ยังไม่สม่ำเสมอระหว่างการศึกษา


ผลต่อโครงสร้างข้อ

จุดเด่นสำคัญของ Diacerein คือความเป็นไปได้ในการชะลอการเสื่อมของข้อ

การศึกษาบางฉบับพบว่า

อย่างไรก็ตาม หลักฐานยังไม่เพียงพอที่จะจัดให้เป็น

Disease-Modifying Osteoarthritis Drug (DMOAD)

จึงยังคงจัดเป็น SYSADOA เท่านั้น


หลักฐานทางคลินิกล่าสุด

การศึกษาแบบ multicenter, double-blind, randomized placebo-controlled trial ที่ตีพิมพ์ในวารสาร JAMA Internal Medicine ปี 2026 (ผู้ป่วย 262 ราย ติดตาม 24 สัปดาห์) ประเมิน Diacerein ในผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อมที่มีอาการและตรวจพบ effusion-synovitis จาก MRI ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีการอักเสบเด่นชัด อันเป็นกลุ่มที่คาดว่าการยับยั้ง IL-1β น่าจะได้ผลมากที่สุด รายงานว่า[6]

ความแตกต่างของอาการปวดเข่าระหว่างสองกลุ่มมีเพียง −1.3 มม. บนมาตรวัด 100 มม. (95% CI, −9.8 ถึง 7.3) ซึ่งต่ำกว่าระดับที่มีความหมายทางคลินิกอย่างมาก ขณะที่อาการท้องเสียพบบ่อยกว่าในกลุ่ม Diacerein อย่างชัดเจน (38.6% เทียบกับ 22.3% ในกลุ่ม placebo) เนื่องจากการศึกษานี้คัดเลือกผู้ป่วยที่มีการอักเสบเด่นชัดแล้วยังไม่พบประโยชน์ จึงเป็นหลักฐานสนับสนุนอย่างหนักแน่นว่าฤทธิ์ลดปวดของ Diacerein นั้นน้อยมากและไม่น่าคุ้มกับความเสี่ยงผลข้างเคียงในผู้ป่วยส่วนใหญ่ ผลการศึกษานี้ทำให้เกิดข้อสงสัยต่อบทบาทของ Diacerein ในการรักษา OA เป็นวงกว้าง[6]


ความปลอดภัยของยา

อาการไม่พึงประสงค์ทางระบบทางเดินอาหาร

อาการที่พบบ่อยที่สุดคือ

ท้องเสีย (Diarrhea)

พบได้ประมาณ 20–50%

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น

ถือเป็นข้อจำกัดสำคัญที่สุดของยา[1]


พิษต่อตับ

รายงานบางส่วนพบ

เนื่องจากมีรายงานการบาดเจ็บของตับรุนแรง (รวมถึงรายที่เสียชีวิตจากตับวายเฉียบพลัน) European Medicines Agency (ปี 2014) จึงห้ามใช้ Diacerein ในผู้ป่วยที่เป็นหรือเคยเป็นโรคตับ ก่อนเริ่มยาควรซักประวัติและตรวจคัดกรองโรคตับ และควรติดตามค่าเอนไซม์ตับ (LFTs) ระหว่างใช้ยา หากมีอาการของตับผิดปกติ (เช่น ตัวเหลืองตาเหลือง ปัสสาวะสีเข้มร่วมกับอ่อนเพลีย ปวดท้อง) ให้หยุดยาทันที และหลีกเลี่ยงการใช้ร่วมกับยาที่เป็นพิษต่อตับ[5]


ปัสสาวะสีเข้ม

ผู้ป่วยจำนวนหนึ่งอาจมี

เกิดจากการขับ Rhein และ metabolite กลุ่ม anthraquinone ออกทางไต (เป็นเม็ดสีที่ไม่เป็นอันตราย) และมักไม่ก่อปัญหา อย่างไรก็ตาม หากปัสสาวะสีเข้มร่วมกับอ่อนเพลีย ตาเหลืองตัวเหลือง หรือปวดท้อง ไม่ถือว่าปกติ ให้หยุดยาและพบแพทย์


สถานะการขึ้นทะเบียนยาและการใช้นอกข้อบ่งชี้ (Off-Label)

สถานะการขึ้นทะเบียนของ Diacerein แตกต่างกันมากในแต่ละภูมิภาค ในสหภาพยุโรป การทบทวนความปลอดภัยปี 2014 โดยคณะกรรมการ PRAC ของ EMA มีมติให้คง Diacerein ไว้ในตลาดแต่กำหนดข้อจำกัด ได้แก่ ให้เริ่มยาที่ขนาดครึ่งหนึ่งของเดิม (50 มก./วัน) ไม่แนะนำให้ใช้ในผู้ป่วยอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป ห้ามใช้ในผู้ป่วยโรคตับหรือมีประวัติโรคตับ และให้หยุดยาทันทีหากเกิดอาการท้องเสีย[5] ส่วนในสหรัฐอเมริกา Diacerein ไม่ได้รับการรับรองจาก FDA และไม่มีจำหน่าย การใช้ในสหรัฐฯ จึงถือเป็นการใช้นอกข้อบ่งชี้ (off-label) อย่างไรก็ตามยานี้ได้รับการขึ้นทะเบียนสำหรับโรคข้อเสื่อมในหลายประเทศในเอเชีย ยุโรป และละตินอเมริกา ผู้อ่านควรปฏิบัติตามฉลากยาและระเบียบการสั่งจ่ายยาของแต่ละประเทศ


ข้อห้ามใช้

ข้อห้ามใช้เด็ดขาด

ควรหลีกเลี่ยง


ขนาดยาที่ใช้

Adult Dose

เริ่มต้น

Diacerein 50 mg รับประทานวันละ 1 ครั้ง พร้อมอาหาร เป็นเวลา 2–4 สัปดาห์

จากนั้นเพิ่มเป็น

Diacerein 50 mg รับประทานวันละ 2 ครั้ง

การค่อย ๆ เริ่มยาเช่นนี้ช่วยลดโอกาสเกิดอาการท้องเสีย หากเกิดอาการท้องเสียควรหยุดยา (ตามคำแนะนำของ EMA) และปรึกษาแพทย์ ขนาดยาข้างต้นเป็นเพียงข้อมูลอ้างอิงเท่านั้น Diacerein เป็นยาที่ต้องสั่งจ่ายโดยแพทย์ ควรเริ่มยา ปรับขนาด และติดตามอาการโดยแพทย์ ไม่ควรซื้อยามารับประทานเอง


เปรียบเทียบกับการรักษาอื่น

วิธีรักษาลดปวดเริ่มออกฤทธิ์ชะลอโรคผลข้างเคียง
Exerciseปานกลางสัปดาห์ดีต่ำ
Weight Lossปานกลางสัปดาห์-เดือนดีต่ำ
Topical NSAIDsดีวันไม่มีต่ำ
Oral NSAIDsดีมากวันไม่มีGI/CV risk
Intra-articular Steroidดีวันไม่มีชั่วคราว
Diacereinเล็ก-ปานกลาง4–8 สัปดาห์อาจมีท้องเสีย
Total Knee Arthroplastyดีมากหลังผ่าตัดDefinitiveSurgical risk

แนวทางเวชปฏิบัติปัจจุบัน

American College of Rheumatology (ACR)

แนวทาง ACR/Arthritis Foundation ปี 2019 ไม่ได้สนับสนุนให้ใช้ Diacerein เป็นการรักษาหลักของโรคข้อเข่าเสื่อม (ข้อสังเกต: Diacerein ไม่ได้จำหน่ายในสหรัฐอเมริกา จึงไม่ได้ถูกระบุเป็นคำแนะนำเฉพาะตัวที่ให้น้ำหนักหลักฐานแยกรายการในแนวทางของสหรัฐฯ โดยแนวทางนี้แนะนำอย่างหนักแน่นว่าไม่ควรใช้ Glucosamine และ Chondroitin ในกลุ่ม SYSADOA สำหรับข้อเข่าและข้อสะโพกเสื่อม) ทั้งนี้การทบทวนเปรียบเทียบแนวทางระดับสากลยืนยันว่า เมื่อมีการประเมิน Diacerein องค์กรหลักต่าง ๆ ไม่แนะนำให้ใช้เป็นการรักษาประจำ[4]

โดยให้ความสำคัญกับ


NICE Guideline

NICE ให้ความสำคัญกับ

และไม่ได้แนะนำ Diacerein เป็นแนวทางมาตรฐาน[7]


ESCEO

ESCEO ยังคงมองว่า Diacerein อาจมีบทบาทในผู้ป่วยบางกลุ่มที่ไม่สามารถใช้ NSAIDs ได้ แต่ไม่ถือเป็น first-line therapy[8]


บทบาทในเวชปฏิบัติปัจจุบัน

ผู้ป่วยที่อาจพิจารณาใช้ Diacerein ได้แก่

อย่างไรก็ตาม ไม่ควรใช้แทน


ข้อสรุปสำคัญทางคลินิก

ข้อดี

✓ ออกฤทธิ์ที่กลไกการอักเสบที่เกี่ยวข้องกับ OA

✓ อาจมีฤทธิ์ปกป้องกระดูกอ่อน

✓ ไม่ก่อแผลในกระเพาะอาหารแบบ NSAIDs (แต่มีความเสี่ยงเฉพาะตัว คือท้องเสียบ่อยและพิษต่อตับ)

✓ อาจช่วยลดความจำเป็นในการใช้ยาแก้ปวด

ข้อเสีย

✗ ออกฤทธิ์ช้า

✗ ท้องเสียบ่อย

✗ ขนาดของประโยชน์ยังไม่แน่นอน

✗ หลักฐานด้านการชะลอการเสื่อมของข้อยังอ่อน

✗ ไม่ได้รับการแนะนำอย่างหนักแน่นจากแนวทางเวชปฏิบัติสากล


สรุป

Diacerein เป็นยาในกลุ่ม SYSADOA ที่ออกฤทธิ์โดยการยับยั้ง IL-1β ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการอักเสบและการเสื่อมของกระดูกอ่อนในโรคข้อเข่าเสื่อม แม้ว่ากลไกทางชีววิทยาจะสนับสนุนแนวคิดในการชะลอการดำเนินโรค แต่หลักฐานทางคลินิกล่าสุด รวมถึงการศึกษาแบบสุ่มในปี 2026 ที่คัดเลือกผู้ป่วยที่มีการอักเสบเด่นชัด ยังแสดงประสิทธิผลที่จำกัด และมีอัตราการเกิดอาการท้องเสียค่อนข้างสูง แนวทางเวชปฏิบัติสากลส่วนใหญ่จึงยังไม่แนะนำให้ใช้ Diacerein เป็นการรักษาหลักของ Knee OA โดยบทบาทของยานี้ควรจำกัดอยู่ในผู้ป่วยที่ได้รับการคัดเลือกอย่างเหมาะสม และอยู่ภายใต้การติดตามอาการไม่พึงประสงค์อย่างใกล้ชิด


เอกสารอ้างอิง (References)

  1. Fidelix TS, Macedo CR, Maxwell LJ, Fernandes Moça Trevisani V. Diacerein for osteoarthritis. Cochrane Database Syst Rev. 2014;(2):CD005117.
  2. Martel-Pelletier J, et al. Anti-interleukin-1 effects of diacerein and rhein in human osteoarthritic synovial tissue and cartilage cultures. Osteoarthritis Cartilage. 1998.
  3. Nicolas P, Tod M, et al. Clinical Pharmacokinetics of Diacerein. Clin Pharmacokinet. 1998;35(5):347-359.
  4. Kolasinski SL, et al. 2019 ACR/Arthritis Foundation Guideline for the Management of Osteoarthritis of the Hand, Hip, and Knee. Arthritis Rheumatol. 2020;72(2):220-233.
  5. European Medicines Agency. CMDh endorses recommendations to restrict the use of diacerein-containing medicines. 2014.
  6. Aitken D, Cai G, Hill CL, et al. Diacerein for Knee Osteoarthritis: A Randomized Clinical Trial. JAMA Intern Med. 2026;186(5):546-555.
  7. National Institute for Health and Care Excellence. Osteoarthritis in over 16s: diagnosis and management. NICE guideline NG226. 2022.
  8. Bruyère O, et al. An updated algorithm recommendation for the management of knee osteoarthritis (ESCEO). Semin Arthritis Rheum. 2019.