Approach to Ectopic Pregnancy Overview Version
On this page
การตั้งครรภ์นอกมดลูก (Ectopic pregnancy) คือการตั้งครรภ์ที่ตัวอ่อนฝังตัวอยู่นอกโพรงมดลูก พบประมาณร้อยละ 2 ของการตั้งครรภ์ทั้งหมด และเป็นสาเหตุสำคัญที่อาจทำให้มารดาเสียชีวิต โดยเฉพาะในไตรมาสแรก จึงถือเป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องอาศัยการวินิจฉัยและรักษาอย่างทันที
1. นิยามและตำแหน่งการตั้งครรภ์นอกมดลูก
- นิยาม
- ภาวะที่ตัวอ่อน (embryo) ฝังตัวอยู่นอกโพรงมดลูก เช่น ท่อนำไข่ รังไข่ ปากมดลูก แผลผ่าตัดคลอดเดิม หรือในช่องท้อง
- ตำแหน่งที่พบได้บ่อย
- ท่อนำไข่ (Fallopian tube): มากกว่าร้อยละ 95
- ส่วน ampulla ~75–80%
- ส่วน isthmus ~12%
- fimbrial end ~5%
- interstitial ~2–3%
- ตำแหน่งอื่น ๆ ที่พบได้น้อย:
- Cervical pregnancy ~0.15%
- Ovarian pregnancy ~0.15–3%
- Cesarean scar pregnancy ~1:1,800 การตั้งครรภ์
- Abdominal pregnancy ~1.3%
- Heterotopic pregnancy (มีทั้งในมดลูกและนอกมดลูกพร้อมกัน) ~1:30,000 แต่เพิ่มถึง ~1% ในกลุ่มรักษามีบุตรยากด้วยเทคโนโลยี
- ท่อนำไข่ (Fallopian tube): มากกว่าร้อยละ 95
2. ปัจจัยเสี่ยง (Risk Factors)
แม้ทุกคนที่ตั้งครรภ์จะมีความเสี่ยงเกิดการตั้งครรภ์นอกมดลูกได้ แต่บางคนมีความเสี่ยงสูงกว่า เช่น
| ปัจจัยเสี่ยง | ความเสี่ยง (เท่า) |
|---|---|
| ความเสี่ยงสูง | |
| เคยผ่าตัดท่อนำไข่ | 21 |
| ตั้งครรภ์หลังทำหมัน | 9.3 |
| เคยมีประวัติ ectopic pregnancy | 8.3 |
| เคยเป็นอุ้งเชิงกรานอักเสบ (PID) | 7 |
| ได้รับ Diethylstilbestrol (DES) ตอนอยู่ในครรภ์ | 5.6 |
| ตั้งครรภ์ขณะใส่ห่วงคุมกำเนิด | 4.5–10 |
| ความเสี่ยงปานกลาง | |
| ภาวะมีบุตรยาก (infertility) | 2.5–21 |
| มีคู่นอนหลายคน | 2.1 |
| ความเสี่ยงเล็กน้อย | |
| เคยผ่าตัดอุ้งเชิงกราน | 0.9–3.8 |
| สูบบุหรี่ | 1.3–2.5 |
| สวนล้างช่องคลอดบ่อย | 1.1–3.1 |
| มีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกตั้งแต่อายุน้อย | 1.6 |
3. อาการและอาการแสดง (Symptoms & Signs)
- อาการ (Symptoms)
- ปวดท้องน้อย: อาการที่พบบ่อยที่สุด (~95%)
- เลือดออกผิดปกติทางช่องคลอด
- ขาดประจำเดือน (missed period)
- อาจมีคลื่นไส้อาเจียนเล็กน้อยหรือไม่ก็ได้
- อาการแสดง (Signs)
- กดเจ็บที่ปีกมดลูก และ cervical motion tenderness เมื่อโยกปากมดลูก
- บางครั้งคลำได้ก้อนที่ปีกมดลูก (~20% ของผู้ป่วย)
- อาจตรวจพบมดลูกโตขึ้นบ้าง (~25%) จากฮอร์โมนการตั้งครรภ์
- หากถุงการตั้งครรภ์แตก อาจเกิด ภาวะเลือดออกในช่องท้อง → ช็อก (hypotension, tachycardia)
4. การวินิจฉัย (Diagnosis)
จำเป็นต้องใช้การตรวจทางห้องปฏิบัติการ/อัลตราซาวด์ เพื่อวินิจฉัย ไม่เพียงอาศัยประวัติและตรวจร่างกาย
4.1 การตรวจคลื่นเสียงความถี่สูง (Ultrasound)
- Transvaginal Ultrasound (TVS): เห็นถุงการตั้งครรภ์ใน/นอกโพรงมดลูกชัดกว่าทางหน้าท้อง
- ถ้า β-hCG > 1,500 mIU/mL แต่ไม่เห็นถุงการตั้งครรภ์ในโพรงมดลูก (via TVS) → สงสัย ectopic pregnancy
Ultrasound Signs of Ectopic Pregnancy
Ultrasound Signs of Ectopic Pregnancy
✅ Tubal Ring Sign – โครงสร้างวงแหวนหนา รอบถุงการตั้งครรภ์ที่ฝังในท่อนำไข่ ✅ Ring of Fire Sign (Doppler) – การไหลเวียนเลือดสูงรอบถุงการตั้งครรภ์ในตำแหน่งผิดปกติ ✅ Bagel Sign (Donut Sign) – ก้อนลักษณะเป็นวง มีศูนย์กลางคล้ายถุงการตั้งครรภ์ที่ผิดตำแหน่ง ✅ Blob Sign – ก้อนลักษณะไม่ชัดเจน ขนาดเล็ก ใกล้รังไข่ บ่งชี้การตั้งครรภ์นอกมดลูกโดยไม่มีโครงสร้างวงแหวนชัดเจน ✅ Pseudogestational Sac – ถุงของเหลวในโพรงมดลูกที่อาจเข้าใจผิดว่าเป็นถุงการตั้งครรภ์แท้จริง แต่ไม่มี double decidual sign ✅ Hemoperitoneum – พบของเหลวอิสระ (free fluid) ในอุ้งเชิงกรานหรือช่องท้อง โดยเฉพาะในกรณีท่อนำไข่แตก
4.2 การตรวจ β-hCG ในเลือด
- hCG ตรวCจได้ตั้งแต่ ~8–10 วันหลังตกไข่
- ถ้า β-hCG ในเลือดเป็น ศูนย์ → ไม่ตั้งครรภ์
- Discriminatory level:
- TVS → ~1,500 mIU/mL ควรเห็นถุงในโพรงมดลูก
- TAS → ~6,500 mIU/mL ควรเห็นถุงในโพรงมดลูก
- Doubling time (48 ชม.): การตั้งครรภ์ปกติ β-hCG ควรขึ้น ~66% หรือมากกว่า
- ถ้าขึ้นไม่ถึง 66% → สงสัยการตั้งครรภ์ผิดปกติ (ectopic หรือ abortion)
- แต่ ~15% ของ ectopic pregnancy อาจขึ้นเกิน 66% ได้ → จึงต้องติดตามต่อจนกว่าจะเห็นถุง
Simplified β-hCG Monitoring Algorithm
Simplified β-hCG Monitoring Algorithm (Easy-to-Read Version)
หลายครั้งการติดตามค่า β-hCG ทุก 48 ชั่วโมง (0, 48, 96 ชม. ฯลฯ) อาจซับซ้อน จึงขอสรุปหลักการให้เข้าใจง่าย ดังนี้:
1. วัด β-hCG ที่ Day 0 และ Day 2 (48 ชม.)
- ค่าเพิ่มขึ้น ≥ 35% (เทียบ Day 2 กับ Day 0)
- ให้วัด β-hCG ซ้ำ ที่ Day 4 (96 ชม.)
- ติดตามต่อทุก 48 ชม. จนกว่า β-hCG เกิน 3,500–3,510 mIU/mL
- เมื่อเกิน 3,500 → ทำ Ultrasound (TVS)
- เจอ ถุงในโพรงมดลูก (IUP) → ตั้งครรภ์ปกติ
- ไม่เจอ ถุงในโพรงมดลูก (Non-IUP) → สงสัย Ectopic → จัดการรักษาตามแนวทาง Ectopic
- ค่าเพิ่มขึ้น < 35% (เทียบ Day 2 กับ Day 0)
- ทำ Ultrasound (TVS) เพื่อดูว่ามีถุงในโพรงมดลูกหรือไม่
- ถ้าเจอ IUP → ตั้งครรภ์ปกติ
- ถ้าไม่เจอ (Non-IUP):
- ดูว่า β-hCG < 3,500 หรือไม่
- - ถ้า < 3,500 → ติดตามซ้ำที่ Day 4
- - ถ้า Day 2 → Day 4 เพิ่ม ≥ 35% → ติดตามทุก 48 ชม. จนเกิน 3,500 แล้วทำ TVS อีกครั้ง
- - ถ้ามี IUP → ปกติ
- - ถ้า Non-IUP → Ectopic
- - ถ้าเพิ่ม < 35% → พิจารณา D&C หรือการสืบค้นเพิ่มเติม (เพื่อตัดสินว่าเป็น Ectopic หรือ Abortion)
- - ถ้า ≥ 3,500 → ทำ TVS ทันที
- - ถ้ายังไม่เห็นถุงในโพรงมดลูก → สงสัย Ectopic → เข้าสู่แนวทางรักษา
- ทำ Ultrasound (TVS) เพื่อดูว่ามีถุงในโพรงมดลูกหรือไม่
2. สถานการณ์ค่าเพิ่ม ~20–35% หรือบางช่วงผันผวน
- อาจเกิดได้หลายเหตุ เช่น Tubal Abortion, Incomplete Abortion, Ruptured Ectopic ฯลฯ
- หาก ไม่เห็น IUP ใน Ultrasound → มักให้ติดตามค่า β-hCG ซ้ำใน 48 ชม.
- หากค่าไม่ลดลง หรือลดลงไม่มาก → อาจต้อง D&C ตรวจเนื้อเยื่อเยื่อบุโพรงมดลูก
- สุดท้ายหากยังไม่แน่ชัดและอาการผู้ป่วยไม่ดีขึ้น → สงสัย Ectopic หรือภาวะแท้งไม่ครบ
Key Points to Remember
- β-hCG “doubling time” ที่ ~48 ชม.: การตั้งครรภ์ปกติขึ้น ~66% หรือมากกว่า แต่หลาย ๆ ที่ใช้เกณฑ์ ≥ 35% ขึ้นไปเป็นค่าประเมินขั้นต่ำ
- ถ้า β-hCG เกิน 3,500–3,510 mIU/mL แล้ว Ultrasound ไม่เห็นถุงในโพรงมดลูก → สงสัย “Ectopic” สูง
- หาก β-hCG ไม่ขึ้นตามคาด หรือ ลดลงน้อย → อาจเป็น ectopic หรือ abortions บางประเภท
- ติดตามเป็นระยะ จนกว่าจะเห็น IUP ชัด หรือวินิจฉัยและรักษา Ectopic ได้
สรุปสั้น ๆ
- Day 0 → วัด β-hCG
- Day 2 → วัด β-hCG ซ้ำ, ดู % เปลี่ยน
- ถ้าเพิ่ม ≥ 35% → ติดตามอีก 48 ชม. (Day 4)
- ถ้าเพิ่ม < 35% → ตรวจ Ultrasound ทันที
- หลักการเดียวกันใช้ต่อเนื่องใน Day 4, Day 6 … จนได้ข้อสรุปว่ามีถุงตั้งครรภ์ในมดลูกหรือ Ectopic
ด้วยวิธีนี้ แพทย์จะเฝ้าสังเกตแนวโน้มการขึ้นลงของ β-hCG และผล Ultrasound ประกอบกัน เพื่อแยกระหว่าง การตั้งครรภ์ปกติในโพรงมดลูก, การแท้ง, หรือ การตั้งครรภ์นอกมดลูก ได้
4.3 การขูดมดลูก (D&C)
- ทำในกรณีไม่สามารถยืนยันว่าอยู่ใน/นอกโพรงมดลูก
- เก็บชิ้นเนื้อเยื่อบุโพรงมดลูก:
- ถ้าพบ villi → แสดงว่าเป็นการตั้งครรภ์ที่ผิดปกติในโพรงมดลูก (ไม่นอกมดลูก)
- ถ้าไม่พบ villi → เป็น ectopic pregnancy (หรือ pregnancy of unknown location) → รักษาต่อ
4.4 การส่องกล้อง (Laparoscopy)
- Gold standard ในการวินิจฉัยเพราะเห็นพยาธิสภาพโดยตรง
- ปัจจุบันไม่นิยมเป็นตัวเลือกแรก เนื่องจาก Ultrasound + β-hCG และ/หรือ D&C ช่วยวินิจฉัยได้เพียงพอ
- อาจใช้เมื่อสงสัยภาวะที่ต้องผ่าตัดรักษาโดยด่วน
5. การบริหารจัดการ (Management)
การรักษาขึ้นกับความรุนแรงและสถานะของผู้ป่วย แบ่งเป็น 3 แนวทางหลัก
5.1 รักษาแบบประคับประคอง (Expectant Management)
- ใช้ในกรณีที่ผู้ป่วยไม่มีอาการ หรืออาการน้อย (ไม่มีภาวะเลือดออกในท้อง, สัญญาณชีพคงที่)
- เงื่อนไขที่มักยอมรับ:
- β-hCG < 1,000 mIU/mL
- ค่า β-hCG ลดลงมากกว่า 50% ภายใน 7 วัน → คาดว่าการตั้งครรภ์ฝ่อเอง
- ติดตาม β-hCG ต่อเนื่องทุกสัปดาห์จนกระทั่งตรวจไม่พบ
5.2 รักษาด้วยยา (Medical Management)
- Methotrexate (MTX)
- กลไก: ยับยั้งการสร้าง DNA (folic acid antagonist) → หยุดการเจริญของ trophoblast
- เงื่อนไข:
- ก้อน < 4 ซม. (ไม่มี fetal heartbeat)
- β-hCG < 5,000 mIU/mL (ยิ่งน้อยยิ่งโอกาสรักษาสำเร็จสูง)
- ผู้ป่วย hemodynamic stable, ไม่มีภาวะเลือดออกในท้อง
- ข้อห้ามใช้:
- มีเลือดออกในช่องท้อง (แตกแล้ว)
- ตับ ไต มีปัญหาการทำงาน
- เม็ดเลือดผิดปกติ (WBC < 2,000, Platelet < 100,000)
- ผู้ป่วยอาจมาติดตามผลไม่ได้
- รูปแบบการให้ (Single-dose regimen เป็นที่นิยม):
- MTX 50 mg/m^2 IM × 1 dose
- ตรวจ β-hCG วันที่ 4, 7 ถ้าลดลง >15% → เจาะห่างเป็นรายสัปดาห์จนครบ
- ถ้าลดลง <15% → อาจให้ MTX ซ้ำ
- การติดตาม:
- เจาะ β-hCG ทุกสัปดาห์จนกว่าจะเป็นศูนย์ (~27 วัน)
- อาจมีอาการปวดท้องน้อยมากขึ้นช่วง 3–7 วันแรก (separation pain) แต่อย่าลืมระวังภาวะฉุกเฉินถ้าเจ็บมากหรือสัญญาณชีพเปลี่ยน
- ระวังผลข้างเคียง: คลื่นไส้ อาเจียน แผลในกระเพาะ งดสุรา งด folic acid และงดเพศสัมพันธ์จนกว่าการรักษาจะจบ
5.3 การผ่าตัด (Surgical Management)
- ใช้ในกรณี ประคับประคองหรือยาไม่ได้ผล, หรือถุงแตกมีเลือดออกมาก, หรือสงสัยมีปัญหาร้ายแรงอื่น
- Laparoscopy หรือ Laparotomy ขึ้นกับความพร้อมและความเชี่ยวชาญ
- Salpingostomy: กรณีต้องการอนุรักษ์ท่อนำไข่ เปิดกรีดท่อนำไข่ นำถุงตั้งครรภ์ออก แล้วปล่อยให้แผลปิดเอง (conservative surgery) → ติดตาม β-hCG ต่อเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีเนื้อเยื่อตั้งครรภ์หลงเหลือ
- Salpingectomy: ตัดท่อนำไข่ออก ใช้ในกรณีที่เสียหายรุนแรง, เลือดออกมากคุมไม่อยู่, หรือไม่ต้องการมีบุตรอีก
6. การซักประวัติและตรวจร่างกาย (Brief Summary)
6.1 History Taking
- ประวัติรอบเดือนล่าสุด (LMP)
- ปวดท้องน้อย: ตามหลัก LODCRAFTS (Location, Onset, Duration, Character, Radiation, Aggravating, Relieving, Timing, Severity)
- ประวัติเลือดออกช่องคลอด
- ประวัติการตั้งครรภ์ (เคยแท้ง, เคยตั้งครรภ์นอกมดลูก, เคยผ่าตัด)
- อาการอื่นๆ: คลื่นไส้ อาเจียน, หน้ามืด, ซีด
- ประวัติโรคประจำตัว: PID, มีบุตรยาก, สูบบุหรี่, ผ่าตัดอุ้งเชิงกราน
6.2 Physical Exam
- Vital signs: ไข้, ความดันต่ำ, ชีพจรเร็ว (ภาวะช็อก)
- Abdomen: กดเจ็บ, บางรายมีก้อน
- Pelvic Exam (PV): กดเจ็บปีกมดลูก, Cervical motion tenderness, คลำได้ adnexal mass
7. Differential Diagnoses
- Ovarian cyst rupture/torsion → ปวดเฉียบพลัน คลำได้ก้อน
- Acute appendicitis → RLQ pain, ไข้, เบื่ออาหาร, rebound tenderness
- Ureteric stone → ปวดบั้นเอวร้าวลงขาหนีบ, ปัสสาวะเป็นเลือด
- Pelvic Inflammatory Disease (PID) → ตกขาวผิดปกติ, เจ็บปวดขณะโยกปากมดลูก, มีประวัติเพศสัมพันธ์เสี่ยง
- Threatened/Incomplete abortion → เลือดออก+ปวดท้อง มีประวัติแท้งบุตร
8. แผนการรักษาในภาวะฉุกเฉิน (Emergency Management)
- ประเมินสัญญาณชีพ (BP, HR, RR, Temp) และให้สารน้ำ (IV fluid)
- เจาะเลือด: CBC, β-hCG, หมู่เลือด, Crossmatch (เผื่อเตรียมเลือด)
- ให้ออกซิเจน ถ้าจำเป็น
- ตรวจ Ultrasound เร่งด่วน ประเมินของเหลวในช่องท้อง (ถ้าสงสัยถุงแตก)
- ถ้ามีภาวะช็อกหรือสงสัยถุงแตก → เตรียมผ่าตัด (Explore laparotomy หรือ laparoscopy)
- ถ้า Hemodynamically stable → พิจารณา MTX หรือการติดตามแบบ expectant
9. ข้อควรแนะนำผู้ป่วย (Advice)
- อธิบายโอกาสท้องนอกมดลูกซ้ำ ~10–14%
- หากสงสัยตั้งครรภ์ครั้งต่อไป ควรรีบมาตรวจเร็วที่สุด เพื่อตัดภาวะ ectopic
- ทำตามแผนรักษา
- กรณีใช้ MTX → มาพบแพทย์ตามนัด, ตรวจเลือดตามกำหนด
- งดสัมผัสยา/อาหารเสริมที่มี folic acid, งด NSAIDs, งดสุรา และงดมีเพศสัมพันธ์ จนกว่าจะรับการประเมินครบ
- สังเกตอาการผิดปกติ
- เลือดออกมาก, หน้ามืด, ปวดท้องรุนแรง → มาพบแพทย์ทันที
- ติดตามผล β-hCG จนกว่าจะเป็นศูนย์
- วางแผนคุมกำเนิด หากยังไม่พร้อมตั้งครรภ์ ควรปรึกษาแพทย์เรื่องวิธีคุมกำเนิดที่เหมาะสม
- ดูแลสุขภาพและปัจจัยเสี่ยง (เลิกสูบบุหรี่, ลดคู่นอน, ป้องกัน STI)
สรุป (Conclusion)
Ectopic pregnancy เป็นภาวะที่ต้องให้ความสำคัญ เนื่องจากเสี่ยงอันตรายถึงชีวิตหากถุงแตก การวินิจฉัยอาศัย Ultrasound และ β-hCG เป็นหลัก ส่วนการรักษาต้องเลือกตามสถานะผู้ป่วย: สังเกตอาการ ในรายที่ β-hCG ต่ำและลดลงเอง, Methotrexate ในรายที่เงื่อนไขเหมาะสม (unruptured, β-hCG ต่ำ, ไม่มี fetal heartbeat), หรือ การผ่าตัด ในกรณีแตก/อาการรุนแรงหรือรักษาด้วยยาไม่ได้ผล พร้อมทั้งให้คำแนะนำเพื่อลดความเสี่ยงซ้ำและการกลับมาประเมินเร็วเมื่อสงสัยตั้งครรภ์ครั้งหน้า.
Comments
No comments yet. Be the first to share your thoughts.
Sign in to comment