วิธีประเมินคุณภาพของนักวิจัยและวารสารวิชาการ
- Mayta

- 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา
- ยาว 1 นาที
ในการประเมินผลงานของนักวิจัย ไม่ควรดูเพียงจำนวนบทความที่ตีพิมพ์เท่านั้น แต่ควรพิจารณาหลายตัวชี้วัดร่วมกัน เช่น จำนวนบทความ (Publications), จำนวนการอ้างอิง (Citations), h-index และคุณภาพของวารสาร (Journal quality) ที่นักวิจัยเลือกตีพิมพ์
การวิเคราะห์ตัวชี้วัดเหล่านี้ช่วยให้ผู้อ่านสามารถเข้าใจได้ว่า นักวิจัยมีอิทธิพลทางวิชาการมากเพียงใด และตีพิมพ์ในวารสารระดับใด

1. การประเมินนักวิจัย (Researcher Evaluation)
เมื่อพิจารณานักวิจัย ควรมองตัวชี้วัดหลักดังต่อไปนี้
1.1 จำนวนบทความวิจัย (Total Academic Articles)
จำนวนบทความสะท้อนถึง productivity หรือความสามารถในการผลิตผลงานวิจัย
ตัวอย่าง
20–50 บทความ → ระดับปกติของนักวิจัยรุ่นต้น
50–100 บทความ → นักวิจัยที่มีประสบการณ์
อย่างไรก็ตาม จำนวนบทความมากไม่ได้แปลว่าคุณภาพสูงเสมอไป
จึงต้องดูตัวชี้วัดอื่นร่วมด้วย


1.2 จำนวนการอ้างอิง (Total Citations)
Citations คือจำนวนครั้งที่บทความของนักวิจัยถูกอ้างอิงโดยนักวิจัยคนอื่น
ยิ่ง citations มาก → แสดงว่าผลงานนั้น มีอิทธิพลต่อวงการวิชาการ
ตัวอย่างการตีความ
1.3 h-index
h-index เป็นตัวชี้วัดที่รวมทั้ง "จำนวนบทความ" และ "จำนวนการอ้างอิง"
นิยาม
นักวิจัยมี h-index = h เมื่อมีบทความอย่างน้อย h เรื่อง ที่ถูกอ้างอิง ≥ h ครั้ง
ตัวอย่าง
h-index = 14
หมายความว่า
นักวิจัยมีบทความอย่างน้อย 14 เรื่อง ที่ถูกอ้างอิงอย่างน้อย 14 ครั้ง
การตีความโดยทั่วไป

2. การประเมินคุณภาพวารสาร (Journal Evaluation)
นอกจากตัวนักวิจัยแล้ว ยังต้องพิจารณา วารสารที่ใช้ตีพิมพ์
หนึ่งในตัวชี้วัดที่ใช้กันอย่างแพร่หลายคือ CiteScore
CiteScore คืออะไร
CiteScore เป็นตัวชี้วัดที่ใช้ประเมินคุณภาพของวารสารวิชาการ
คำนวณจาก
ดังนั้น
CiteScore ยิ่งสูง → แสดงว่าวารสารนั้น มีบทความที่ถูกอ้างอิงบ่อย

การตีความค่า CiteScore
Quartile Ranking ของวารสาร
วารสารยังถูกจัดอันดับเป็น Quartile (Q) ภายในสาขาวิชา
นักวิจัยที่ตีพิมพ์ใน Q1 หรือ Q2 journals มักถือว่า มีผลงานในวารสารที่มีคุณภาพสูง

วิธีอ่านข้อมูลเพื่อประเมินนักวิจัย
เมื่อพิจารณานักวิจัยคนหนึ่ง ควรถามคำถามต่อไปนี้
นักวิจัยมีบทความจำนวนมากหรือไม่
บทความของเขาถูกอ้างอิงมากเพียงใด
ค่า h-index อยู่ในระดับใด
เขาตีพิมพ์ในวารสารระดับไหน (Q1–Q4)
ค่า CiteScore ของวารสารที่เขาตีพิมพ์สูงหรือไม่
การวิเคราะห์ข้อมูลเหล่านี้ร่วมกันจะช่วยให้ผู้อ่านสามารถเข้าใจได้ว่า
นักวิจัยคนนี้ มี productivity สูงหรือไม่
ผลงานของเขา มีอิทธิพลต่อวงการวิชาการมากเพียงใด
และเขาตีพิมพ์ใน วารสารระดับใด
ความคิดเห็น