ANC Checklist (Antenatal Care) : Comprehensive Guide for Antenatal Care in Clinical Practice แนวทางตรวจและติดตามการฝากครรภ์
บทความ: แนวทางตรวจและติดตามการฝากครรภ์ (ANC Checklist)
1. การซักประวัติและสอบถามอาการเบื้องต้น
- สอบถามชื่อ-นามสกุล และกำหนดวันคลอด (EDC)
- หากผู้ป่วยไม่ทราบกำหนดคลอด ให้คำนวณและแจ้งผู้ป่วยใหม่เสมอ
- ย้ำให้ผู้ป่วยยืนยันชื่อ-นามสกุล เพื่อป้องกันการสับสนกับประวัติของบุคคลอื่น
- อาการทั่วไปที่ต้องซักถาม
- อาการท้องแข็ง (Contraction)
- สอบถามความถี่ (ทุกกี่นาที) และระยะเวลา (นานกี่นาที)
- แยกให้ออกระหว่าง “ลูกโก่งตัว” กับ “ท้องแข็ง” (ท้องแข็งคือการแข็งเกร็งทั้งท้อง)
- น้ำเดิน (Rupture of Membrane)
- ทุกครั้งที่มีของเหลวซึมหรือเปียกกางเกงใน ต้องสอบถามอย่างละเอียดว่าเป็นน้ำคร่ำหรือไม่
- ผู้ป่วยบางรายอาจมีของเหลวออกมาน้อยมาก (เทียบได้กับขนาดเหรียญห้า-เหรียญสิบ)
- ลูกดิ้น (Fetal Movement)
- สอบถามวิธีการนับลูกดิ้น และแนะนำให้เริ่มนับตั้งแต่อายุครรภ์ 28 สัปดาห์เป็นต้นไป
- มูกเลือด (Bloody Show)
- มีหรือไม่ อย่างไร
- อาการท้องแข็ง (Contraction)
2. ตรวจสอบสมุด ANC (แผ่นหน้าขวาสุด) และค่าสำคัญ
- ไข้ (Fever)
- หากมีไข้ ควรซักประวัติอาการเฉพาะที่ (localizing sign) อย่างละเอียด
- ชีพจร (Pulse)
- หากชีพจรเร็ว ควรซักประวัติเพิ่ม เช่น ใจสั่น ภาวะไทรอยด์ อาการติดเชื้อ (infection) หรือการสูญเสียน้ำ (volume loss)
- ควรวัดซ้ำเพื่อยืนยัน
- ความดันโลหิต (Blood Pressure)
- หาก BP > 140/90 mmHg ควรทำการวัดซ้ำทุกครั้ง เพื่อเฝ้าระวังภาวะความดันโลหิตสูงในการตั้งครรภ์
- Urine Protein
- หากมีค่าโปรตีนในปัสสาวะ ≥ 2+ ให้สงสัยภาวะ Pre-eclampsia
- Urine Sugar
- หากพบว่าเป็นผลบวกในปัสสาวะ ผู้ป่วยจะจัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงสูง (High risk GDM) ทันที ควรส่งตรวจ Glucose Challenge Test (GCT) ทันที
- น้ำหนัก (Weight Gain)
- คำนวณน้ำหนักที่เพิ่มตลอดการตั้งครรภ์ตามเกณฑ์ดัชนีมวลกาย (BMI)
- หากประเมินแบบรายสัปดาห์ ไม่ควรเพิ่มเกิน 0.5 กิโลกรัมต่อสัปดาห์
- หากน้ำหนักขึ้นเร็วผิดปกติ ควรสงสัยภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์ (GDM) และส่งตรวจคัดกรอง
3. ทบทวนประวัติการฝากครรภ์ตามระยะเวลา (Timeline)
- ยืนยันอายุครรภ์ (GA) และวันกำหนดคลอด (EDC) ใหม่ทุกครั้ง ห้ามนำอายุครรภ์เดิมมาบวกเพื่อเลี่ยงความคลาดเคลื่อน
- ฝากครรภ์ครั้งแรก (1st ANC) ก่อน 12 สัปดาห์
- หากเกิน 12 สัปดาห์ ถือเป็นการฝากครรภ์ล่าช้า (Late booking)
- การตรวจคัดกรอง Down Syndrome ที่ 14 สัปดาห์
- สอบถามผู้ป่วยว่าถือบัตรประชาชนสีอะไร เพราะบางพื้นที่ให้สิทธิ์ตรวจฟรีหากเป็นบัตรสีฟ้าหรือมีสวัสดิการที่เหมาะสม
- การตรวจ Ultrasound Anomaly Scan ที่ 18-20 สัปดาห์
- บางครั้งแพทย์อาจนัด 18 สัปดาห์ (MFM) หรือเกือบ 20 สัปดาห์ ตามความเหมาะสม
- การตรวจคัดกรองเบาหวานในหญิงตั้งครรภ์ช่วง 24-28 สัปดาห์ (GCT)
- หาก GCT > 140 mg/dL → แนะนำให้ปรับพฤติกรรม (Advice lifestyle) และเจาะ OGTT ภายใน 1 สัปดาห์
- หากค่าผิดปกติตั้งแต่ 2 ค่าใน OGTT → วินิจฉัย GDM
- หากผิดปกติ 1 ค่า ให้ปรับพฤติกรรมแล้วทำ OGTT ซ้ำภายใน 4 สัปดาห์
- หากผู้ป่วยอยู่ในกลุ่มเสี่ยงสูง GDM (High risk) แต่ผลปกติในช่วงแรก ควรตรวจซ้ำอีกครั้งในช่วง 24-28 สัปดาห์
- การตรวจ Lab ครั้งที่ 2 (Lab II) ช่วง 28-32 สัปดาห์
- หากยังไม่เคยเจาะ หรือไม่มีข้อมูล ให้สั่งเจาะได้
- ช่วง 36-37 สัปดาห์
- หากมีประวัติปวดท้องหรือเจ็บครรภ์ ควรส่งตรวจ NST (Non-Stress Test) เพื่อประเมินสุขภาพทารก
4. การทบทวนประวัติการฉีดวัคซีน
- แนวทางสถานพยาบาลแต่ละแห่ง
- มักให้วัคซีนหลังอายุครรภ์ 20 สัปดาห์ เพื่อป้องกันข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการแท้งจากวัคซีน
- ควรตรวจสอบกำหนดการฉีดวัคซีนจากตารางวัคซีน (ตารางสีชมพู) ที่หน่วยงานจัดเตรียมไว้
- dT (Diphtheria-Tetanus)
- ตามแนวทางราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์ฯ (RTCOG) แนะนำให้ฉีดช่วง 20-24 สัปดาห์
- หากเป็นคนไทยส่วนใหญ่เคยได้รับตอนประถมศึกษาปีที่ 6 (ป.6) แล้ว ให้สอบถามเพิ่มเติม
- หากเป็นชาวต่างชาติ หรือไม่เคยฉีด หรือไม่แน่ใจ ให้เริ่มคอร์สใหม่ (0, 1, 6 เดือน) โดยเข็มสุดท้ายจะมาตกหลังคลอด
- Pertussis (Tdap)
- ฉีดช่วง 20-32 สัปดาห์ (ตาม RTCOG ช่วง 27-36 สัปดาห์ก็ได้)
- วัคซีนไข้หวัดใหญ่ (Influenza)
- ตาม RTCOG ให้ฉีดได้ทุกไตรมาส แต่บางสถานพยาบาลอาจฉีดหลังอายุครรภ์ 20 สัปดาห์
- มีทั้งสูตร 3 สายพันธุ์ (ให้ฟรี) และ 4 สายพันธุ์ (มีค่าใช้จ่าย เพิ่มความครอบคลุมเชื้อมากกว่า)
- วัคซีนโควิด-19 (COVID-19)
- ส่วนใหญ่ผู้ป่วยมักฉีดแล้ว หากจะกระตุ้น (booster) ให้พิจารณาตามข้อบ่งชี้
5. การทบทวนยาที่ผู้ป่วยได้รับ
- ยาที่ผู้ป่วยซื้อรับประทานเอง
- ยาบางชนิดอาจไม่เหมาะสม เช่น ยาแก้แพ้ (CPM) หรือยาแก้ไอหลายชนิดซึ่งส่วนใหญ่จัดอยู่ใน Category C
- หากพบการใช้ยากลุ่มนี้ ควรให้คำแนะนำหรือเปลี่ยนยาให้เหมาะสม
- ยาประจำตัวของผู้ป่วย (สำหรับโรคประจำตัว)
- สอบถามว่าผู้ป่วยรับประทานถูกต้องตามแพทย์สั่งหรือไม่ โดยเฉพาะผู้ป่วยเบาหวานที่อาจมีการปรับขนาดยาหรืออินซูลินตลอดเวลา
- ยาบำรุงที่บ้านเหลือหรือไม่
- หากเพียงพอจนถึงนัดครั้งต่อไป สามารถใช้ยาชุดเดิมได้
- หากไม่พอ ให้จ่ายเพิ่ม เช่น Triferdine ครั้งละ 60 เม็ด
- การเปลี่ยนยาเสริม
- หากอาการคลื่นไส้อาเจียนดีขึ้น (มักเป็นในช่วง 1st ANC) สามารถเปลี่ยนจาก Folic Acid เป็น Triferdine ตามความเหมาะสม
6. การประเมินตามความเสี่ยง (Risk Assessment)
- ภาวะเสี่ยงต่อ Pre-eclampsia
- ควรมีการเจาะเลือดทำ Lab Baseline
- ให้ Aspirin (ASA) เริ่มต้นที่อายุครรภ์ 12 สัปดาห์ และหยุดยาเมื่ออายุครรภ์ 36 สัปดาห์
- ควบคุมความดันโลหิตให้น้อยกว่า 140/90 mmHg และเฝ้าระวังอาการปวดศีรษะ ตาพร่า หรือเจ็บใต้ลิ้นปี่
- GDM (Gestational Diabetes Mellitus)
- ควบคุมระดับน้ำตาล: FBS < 95 mg/dL, 2 ชั่วโมงหลังอาหาร < 120 mg/dL
- สอบถามเรื่องยาฉีดหรือยากินล่าสุด เพราะผู้ป่วยอาจปรับยาเองหรือปรึกษาอายุรแพทย์เป็นระยะ
- ภาวะคลอดก่อนกำหนด (Preterm)
- ประเมินภาวะปากมดลูก (TCVL)
- พิจารณาให้ยา Progesterone ตามแนวทาง
- HBsAg Positive
- ควรเจาะ Cr, LFT, HBeAg และ HBV DNA Viral Load (ถ้าผู้ป่วยสามารถจ่ายได้)
- ติดตามยาภายใน 2 สัปดาห์
- Syphilis
- สอบถามประวัติอาการและตรวจร่างกายว่าอยู่ในระยะ Primary หรือ Secondary
- หากไม่มีอาการใด ๆ และไม่ทราบเวลาที่ติดเชื้อ สรุปเป็น Late Latent
- HIV
- ติดตามการรับยาต้านไวรัส (ARV) อย่างสม่ำเสมอ
7. การตรวจร่างกายหน้าท้อง
- อายุครรภ์ > 11 สัปดาห์
- ควรฟังเสียงหัวใจทารก (FHS) ได้แล้ว หาก GA < 20 สัปดาห์ ควรวาง Doppler ที่เหนือหัวหน่าว (suprapubic) และเอียงหัวตรวจอย่างใจเย็น
- หากตรวจได้ขนาดมดลูก (Fundal Height) > Date
- พิจารณาสาเหตุต่าง ๆ เช่น กระเพาะปัสสาวะเต็ม (Full bladder) ประวัติประจำเดือนคลาดเคลื่อน ทารกแฝด หรือภาวะน้ำคร่ำมากเกินไป
- แก้ไขเบื้องต้น: ให้ผู้ป่วยปัสสาวะก่อนตรวจซ้ำ
- หากวัด FH > 36 ซม.
- ควรให้ผู้ป่วยนอนรอประเมินซ้ำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนอนุญาตให้ลุก
- Presentation
- หากยังไม่ใกล้กำหนดคลอด อาจสรุปแบบกว้าง ๆ เป็น Vertex หรือ Non-vertex ได้
8. การนัดหมายติดตาม (Follow-up)
- ตามแนวทางราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์ (RTOCG)
- การตั้งครรภ์ความเสี่ยงต่ำ:
- นัดทุก 4 สัปดาห์ จนถึงอายุครรภ์ 28 สัปดาห์
- นัดทุก 2 สัปดาห์ ตั้งแต่ 28 ถึง 36 สัปดาห์
- นัดทุกสัปดาห์ จนกว่าจะคลอด
- การตั้งครรภ์ความเสี่ยงต่ำ:
- นัดหมายให้สอดคล้องกับการตรวจที่ต้องทำ
- เช่น การตรวจคัดกรอง Down Syndrome, Ultrasound Anomaly, การฉีดวัคซีน
- ควรหลีกเลี่ยงการนัดห่างเกิน 5-6 สัปดาห์
- การฟังผลแลบ
- หากมีการเจาะเลือด ควรนัดผู้ป่วยฟังผลภายใน 1 สัปดาห์ (หรือตามระบบของหน่วยบริการ)
- หลังอายุครรภ์ 28 สัปดาห์
- สอนผู้ป่วยนับลูกดิ้น (Modified Cardiff) ทุกคน
- วิธีนับ: ให้ผู้ป่วยนับตั้งแต่ 8.00-12.00 น. จนครบ 10 ครั้ง ถ้าถึงเที่ยงแล้วยังไม่ครบ 10 ครั้ง ให้มาพบแพทย์ทันที
- อาการที่ต้องมาโรงพยาบาลทันที
- มีมูกเลือด
- มีน้ำใสไหลจากช่องคลอด
- เจ็บท้องสม่ำเสมอ
9. ข้อควรปฏิบัติใน First ANC Visit (การฝากครรภ์ครั้งแรก)
- กรอกข้อมูลในหน้าต้นสมุด ANC ให้ครบถ้วน
- อย่าลืมค่า BMI
- สอบถาม LMP (Last Menstrual Period) ซ้ำ
- เพราะบางครั้งผู้ป่วยนึกออกภายหลัง หรืออาจคลาดเคลื่อน
- คำนวณ GA และ EDC อย่างระมัดระวัง
- สำคัญมากในครั้งแรก
- สอบถามโรคประจำตัวและการรักษาประจำตัว
- ผู้ป่วยติดตามรักษาที่ไหน ระดับค่า Lab ล่าสุด (เช่น น้ำตาล, ความดัน) เป็นต้น
- หากมีประวัติ Previous C/S
- ต้องสอบถามสาเหตุที่ต้องผ่าคลอดมาก่อนอย่างละเอียด
- ประเมินปัจจัยเสี่ยงที่พบบ่อย
- เช่น การตั้งครรภ์ในวัยรุ่น (Teenage Pregnancy), ตั้งครรภ์ในหญิงอายุมาก (Elderly Gravida), เคยผ่าคลอดมาก่อน (Previous C/S)
- หากเปลี่ยนสามีใหม่
- ควรระบุไว้ว่า New Family
- Risk Factors อื่น ๆ
- High risk GDM: ญาติสายตรงเป็นเบาหวาน, เคยเป็น GDM, BMI > 25 (ในคนไทย), พบน้ำตาลในปัสสาวะ
- Preterm: เคยคลอดก่อนกำหนดเอง (Spontaneous Preterm), ญาติสายตรงมีประวัติ (อาจพบได้น้อย)
- Pre-eclampsia: A (Autoimmune), B (Bi-fetus ทารกแฝด), C (Chronic Hypertension), D (Diabetes Mellitus ชนิดที่ 1 หรือ 2), E (เคยมีประวัติ Eclampsia/Pre-eclampsia), R (Renal Disease)
- การตรวจร่างกาย
- ประเมินสัญญาณออโตอิมมูน หรือภาวะอื่น ๆ เท่าที่สามารถทำได้ (กรณีหัวนมอาจสอบถามอาการแทนการตรวจ)
- ประวัติวัคซีน
- ตรวจสอบว่าเคยฉีดวัคซีนบาดทะยัก ไข้หวัดใหญ่ หรือ Pertussis หรือไม่
- การตรวจหน้าท้อง
- ฟัง FHS, ตรวจวัดสูงยอดมดลูกเบื้องต้น
- จัดยาบำรุง
- หากมีอาการคลื่นไส้อาเจียนมาก ให้พิจารณา Folic Acid 1x1 #30 พร้อม Vitamin B6 1x1 #30
- หากไม่มีอาการ สามารถให้ Triferdine #60
- นัดฟังผล Lab I ภายใน 1 สัปดาห์
- หากเป็น High Risk GDM อาจให้กลืนน้ำตาล (50 g GCT) ร่วมในช่วงเดียวกัน เพื่อความสะดวก
- ยืนยันชื่อผู้ป่วยและสามี
- การฟังผล Lab ครั้งแรก ควรยืนยันตัวผู้ป่วยและคู่สมรสเสมอ
10. สรุปภาพรวม ANC Checklist
- ชื่อ-กำหนดคลอด (Name & EDC)
- หมุน GA ใหม่ทุกรอบ (Recheck GA)
- สอบถามอาการทั่วไป (General Symptoms)
- ตรวจดูสมุด ANC (Vital sign, Urine, น้ำหนัก)
- ตรวจหน้าท้อง (Abdominal Examination)
- ทบทวนประวัติ ANC ก่อนหน้า (Previous ANC History)
- ดู Lab 1, Lab 2, DS Screen, US Anomaly, DM Screening
- วัคซีน (Vaccine)
- น้ำหนักที่เพิ่มขึ้น (Weight Gain)
- นับลูกดิ้น (เมื่อ GA > 28 สัปดาห์)
- ยาที่เหลือที่บ้าน (Medication Review)
บทส่งท้าย
การตรวจและติดตามการฝากครรภ์ (ANC) อย่างละเอียดและเป็นระบบ จะช่วยป้องกันภาวะแทรกซ้อนระหว่างการตั้งครรภ์ ลดโอกาสเสี่ยงต่อมารดาและทารก รวมถึงช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ป่วยและครอบครัว ถึงแม้รายละเอียดอาจหลากหลายและซับซ้อน แพทย์และบุคลากรสาธารณสุขควรซักประวัติโดยละเอียด ตรวจร่างกายอย่างถี่ถ้วน และประเมินความเสี่ยงร่วมกับการส่งตรวจเพิ่มเติมตามความเหมาะสม เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดในการดูแลสุขภาพมารดาและทารกในครรภ์
ANC Checklist: Comprehensive Guide for Antenatal Care in Clinical Practice, revised and expanded with detailed explanations to align with best practices:
1. Patient History and Initial Assessment
1.1 Verify Patient Identity and Expected Due Date (EDD)
- Ensure the correct identification of the patient to prevent mix-ups.
- If the EDD is unknown, calculate using Naegele’s Rule or confirm via early ultrasound findings.
1.2 Symptoms and Key Questions
- Abdominal Tightening (Contractions):
- Ask about frequency and duration.
- Distinguish between Braxton Hicks and labor contractions.
- Leakage of Fluid (Rupture of Membranes):
- Confirm whether it is amniotic fluid (often described as clear and odorless).
- A small amount can indicate a slow leak; consider Nitrazine or ferning tests.
- Fetal Movement:
- Teach the "Cardiff Count-to-Ten" method starting at 28 weeks.
- Reduced movements warrant a biophysical profile or non-stress test (NST).
- Bloody Show or Vaginal Bleeding:
- Differentiate between normal bloody show near term and pathological causes (placenta previa or abruption).
2. Review ANC Record and Vital Parameters
Key Parameters to Check
- Temperature (Fever):
- Evaluate for infections like urinary tract infections or pyelonephritis.
- Blood Pressure:
- Recheck if ≥140/90 mmHg to assess preeclampsia risk.
- Urinalysis:
- Protein ≥ 2+: Strong indication for preeclampsia.
- Glucose: Test for gestational diabetes.
- Weight Monitoring:
- Excessive weekly gain (>0.5 kg) could indicate GDM or preeclampsia.
3. Pregnancy Milestones and Screening Tests
3.1 Routine Follow-ups
- Establish accurate gestational age (GA) using the earliest ultrasound.
- Early ANC visit (before 12 weeks) is crucial for dating and baseline lab tests.
3.2 Specific Gestational Windows
- 14 Weeks: Down Syndrome Screening.
- 18-20 Weeks: Anomaly Scan.
- 24-28 Weeks: GCT and OGTT.
- 28-32 Weeks: Repeat lab tests (e.g., complete blood count).
- 36-37 Weeks: Consider NST if complications like decreased fetal movement arise.
4. Vaccination Review: Recommended Vaccines
- Tetanus, Diphtheria, and Pertussis (Tdap):
- Administered between 27-36 weeks.
- Influenza Vaccine:
- Can be given in any trimester, but generally after 20 weeks.
- COVID-19 Booster:
- Assess based on prior vaccination status and CDC recommendations.
5. Drug Review and Supplementation
- Iron and Folic Acid:
- Continue throughout pregnancy.
- Medications for Chronic Conditions:
- Ensure all prescribed medications are safe for pregnancy (e.g., avoid ACE inhibitors for hypertension).
6. Risk Assessment and Management
6.1 High-Risk Factors
- Pre-eclampsia: Monitor BP, proteinuria, and administer aspirin if indicated (12-36 weeks).
- Gestational Diabetes Mellitus: Target FBS < 95 mg/dL and postprandial < 120 mg/dL.
6.2 Preterm Labor
- Evaluate cervical length; consider progesterone in cases of a short cervix.
7. Physical Examination
7.1 Routine Examination
- Fundal Height:
- Should correspond to GA within 2 cm.
- Fetal Heart Sounds:
- Detectable via Doppler after 11 weeks.
7.2 Detailed Abdominal Examination
- Address discrepancies in fundal height to rule out conditions like oligohydramnios or polyhydramnios.
8. Patient Education and Warning Signs
8.1 Symptoms Requiring Immediate Hospital Visit
- Vaginal bleeding.
- Severe headache with vision changes (preeclampsia warning).
- Sudden absence of fetal movement.
8.2 Healthy Lifestyle
- Promote adequate hydration, balanced nutrition, and gentle physical activity unless contraindicated.
9. Tailored Follow-Up Plans
- Low-risk pregnancies: Standard schedule of every 4 weeks (up to 28 weeks), every 2 weeks (28-36 weeks), and weekly from 36 weeks onward.
- High-risk pregnancies: More frequent visits tailored to the complication.
10. First ANC Visit Highlights
- Document LMP and calculate EDD carefully.
- Screen for anemia, STIs, and thyroid dysfunction.
- Offer patient counseling for Down syndrome screening options.
- Confirm vaccination status and initiate necessary supplementation.
Summary
An organized and thorough ANC plan ensures maternal and fetal well-being, anticipates complications, and fosters patient trust and compliance. Routine check-ups with detailed follow-ups aligned to risk categories are essential in optimizing outcomes.